“ปิดคดีสายฟ้าแลบ! ไม่ถึง 8 ชั่วโมง สืบ ตม.4 ร่วม สืบภาค 3 และสืบนครบาล รวบ 2 หนุ่มจีนปล้นทองโคราช แกะรอยจาก ‘ก้นบุหรี่’ จีน เป็นเบาะแสให้ ตร. ตามตะครุบคาเมืองกรุง”

นับเป็นการทำงานที่รวดเร็วและเฉียบขาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย หลังเกิดเหตุการณ์อุกอาจเมื่อเวลา 10.10 น. ของวันที่ 27 เมษายน 2569 สองโจรหนุ่มชาวจีนสวมโม่งควงปืนบุกปล้นห้างทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา กวาดแหวนทองมูลค่ากว่า 380,000 บาท ขึ้นรถเก๋งยาริส พรางทะเบียนหนีลอยนวล

แต่แผนหลบหนีกลับต้องพังครืนลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภาค 3 ใช้ไหวพริบปฏิภาณแกะรอยจากหลักฐานเด็ดคือ “ก้นบุหรี่ยี่ห้อจีน” ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ กลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ยืนยันตัวตนคนร้ายว่าน่าจะเป็นชาวจีน จึงได้ประสาน พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4 จัดชุดไล่ล่านำโดย พ.ต.ท.วัชรพงศ์ สว.สืบสวน ตม.4 และทีมงาน สนธิกำลัง สืบภาค 3 และ สืบนครบาล พร้อมด้วยตำรวจทางหลวง เปิดปฏิบัติการไล่ล่าทันทีแบบกัดไม่ปล่อย

และในเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน หรือไม่ถึง 8 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตม.4 และ เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ประเวศ สามารถจับกุมตัว นายโจว อายุ 27 ปี สัญชาติจีน และ นายซง อายุ 18 ปี สัญชาติจีน ได้คาซอยสุขุมวิท 77 กรุงเทพฯ พร้อมรถคันก่อเหตุ ขณะเตรียมตัวหลบหนี พร้อมของกลางเป็นแหวนทองคำ จำนวน 44 วง น้ำหนักรวม 156 กรัม และต่างหูทองคำ 102 ชิ้น น้ำหนักรวม 112 กรัม หรือประมาณเกือบ 18 บาททองคำ ได้ครบถ้วน ปิดฉากการหลบหนีข้ามจังหวัดลงอย่างสิ้นเชิง

โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าใช้เพียง “ปืนปลอม” ก่อเหตุและโยนทิ้งน้ำไปแล้ว
ถือเป็นการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานตำรวจปิดคดีใหญ่ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และผู้ประกอบการร้านทอง ได้อย่างรวดเร็วทันใจ หลังก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญภายในวันเดียว