ผู้ว่าฯขอนแก่น เปิดลานหน้าอำเภอ-โรงพั กและสถานที่ราชการทั้งจังหวั ดให้ชาวนาตากข้าว พร้อมกำชับปกครอง-ตำรวจคุมเข้ มโจรอาละวาดขโมยข้าวเปลือกเต็ มที่ ขณะที่การตากข้าวบนถนนทำได้ เพราะเป็นวิถีคนอีสาน 1 ปีมี 1 ครั้ง วอนทุกฝ่ายเห็นใจ

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2567 นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ประสานงานร่ วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 26 อำเภอ รวมทั้งฝ่ายปกครองทุกพื้นที่ ในการเพิ่มความเข้ มงวดในการตรวจสอบการตากข้ าวของประชาชนและสถานที่เก็บข้ าวเปลือกของเกษตรกร เนื่องจากขณะนี้เริ่มเข้าสู่ช่ วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปีฤดู กาลผลิต 2567/68 แล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ เสี่ยงต่อการก่อเหตุของกลุ่มมิ จฉาชีพที่อาจจะลักลอบมาขโมยข้ าวเปลือกของเกษตรกรได้

ไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น
“ได้ประสานงานให้ทุกอำเภอ เริ่มจากลานเอนกประสงค์หน้าที่ ว่าการอำเภอ หรือสถานีตำรวจ เทศบาล ,อบต,หรือ โรงเรียน หรือหน่วยราชการทุกแห่ง ที่มีลานเอนกประสงค์ ที่จะต้องให้เกษตรกรนั้ นสามารถนำข้าวมาตากแดดได้ ทดแทนการตากบนถนน เนื่องจากขณะนี้ทั้งจังหวัดเริ่ มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี แล้ว อีกทั้งปีนี้น้ำดี ผลผลิตในแต่ละพื้นที่มีมาก ซึ่งเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็ต้ องตากแดดเพื่อระบายความชื้น ประกอบกับบริบทของขอนแก่นนั้ นเปลี่ยนไป การขยายตัวของเมืองมีอัตราที่ เพิ่มขึ้น การตากข้าวถนนอาจจะทำได้ยากขึ้น ดังนั้นหน่วยงานราชการหรื อภาคเอกชน หรือสถานที่สาธารณะประโยชน์ต่ างๆต้องมาร่วมด้วยช่วยกันเปิดพื้ นที่ให้เกษตรกรตากข้าวเพราะ 1 ปีมีเพียง ครั้งเดียวเท่านั้นตามฤดู กาลทำข้าวนาปีของแต่ละพื้นที่”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า การตากข้าวบนถนนในข้อเท็จจริ งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นชุมชนจะต้องหารือกั นในประเด็นดังกล่าวว่า หากจำเป็นต้องตากข้าวจริง จะมีการแบ่งช่องทางหรือช่วงเวลา หรือกำหนดการตากข้าวใดที่จะไม่ ส่งผลกระทบกับการสัญจรและการเดิ นทางของผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะบางพื้นที่ไม่มีที่ตากข้ าวจริงๆ ถนนจึงเป็นที่พึ่งเดียวที่ เกษตรกรจะต้องตากข้าวในช่ วงเวลาหลังเก็บเกี่ ยวในระยะเวลาที่จำกัดก่อนเก็บข้ าวเปลือกเข้าสู่ยุ้งฉางหรือส่ งจำหน่าย ดังนั้นการใช้หลักนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์มาบู รณาการการทำงานในเรื่องนี้ร่ วมกันจึงจะเป็นแนวทางที่ทุ กอำเภอจะต้องไปดำเนิ นการในระยะนี้อย่างเร่งด่วนอี กด้วย