ชาวบ้านหนองหินดาด ต.สระว่านพระยา อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พากันนำหลอดไฟสีม่วง และอุปกรณ์บันทึกเสียงแมลง ไปติดตั้งไว้ที่กระท่อมกลางไร่มันสำปะหลังท้ายหมู่บ้าน เพื่อใช้ล่อจับแมงดาและแมลงต่างๆ ตามภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำสืบทอดกันมาหลายสิบปีแล้ว เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีนตกชุก ทำให้เจ้าแมงดาและแมลงอื่นๆ จะพากันออกหากินผสมพันธุ์วางไข่ตามธรรมชาติ และเมื่อได้เห็นไฟสีม่วงรมถึงได้ยินเสียงแมลงที่ชาวบ้านนำมาเปิดล่อเอาไว้ ก็จะพากันมุ่งไปตามจุดที่ได้ติดตั้งไฟและเสียงล่อเอาไว้ ชาวบ้านก็จะพากันคอยเฝ้าจับแมลงที่หลงเข้ามากันตลอดทั้งคือ

นายยงยุทธ ใจซื่อ อายุ 41 ปี หนึ่งในชาวบ้านหนองหินดาด ที่ติดตั้งอุปกรณ์และไฟล่อจับแมลงบอกว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนระหว่างเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน แมลงต่างๆจะพากันหากินออกมาผสมพันธุ์วางไข่ โดยเฉพาะแมงดา ซึ่งเป็นแมงที่มีราคาสูง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ก็จะเป็นไฟสีม่วงและอุปกรณ์เปิดเสียงล่อแมลง เมื่อแมงดาได้ยินเสียงและเห็นไฟก็จะบินมาหา และตกอยู่บริเวณนั้นๆ เมื่อได้ยินเสียงบินมาตก ก็จะใช้ไฟฉายส่องไปตามจุดที่ได้ยินเสียง ซึ่งก็จะมีเสียงเฉพาะที่จะรู้ได้ทันที ต้องเก็บกันอย่างนี้ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงกลางดึกที่คาดว่าแมงดาจะเลิกออกหากิน ในช่วงนี้โดยเฉพาะช่วงวันที่เกิดมีฝนตกพร่ำๆ แมงดาจะออกมาหากินมากเป็นพิเศษชาวบ้านก็จะพากันจับแมงดาได้วันละหลายสิบตัว

อย่างเช่นปีก่อนมีบางวันสามารถล่อจับแมงดาได้มากกว่า 500 ตัวต่อคือเลยทีเดียว ซึ่งราคาขายแมงดานั้นดีมาก อย่างเช่นหากเป็นแมงดาตัวผู้ราคาจะดี เพราะจะมีกลิ่นฉุนเป็นที่ต้องการของตลาด หากขายเองจะอยู่ที่ตัวละ 15 บาทขึ้นไป แต่หากขายส่งให้กับพ่อค้าคนกลางซึ่งจะมาหารับซื้อถึงที่ราคาก็จะอยู่ประมาณตัวละ 12 – 13 บาท ในขณะที่ตัวเมียราคาก็จะต่ำลงมาหน่อย เพราะไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนตัวผู้ ซึ่งถือว่าสร้างรายได้เสริมอย่างดีให้กับชาวบ้านในช่วงนี้ บางปีตัวเองสามารถทำเงินจากการล่อจับแมงดาในช่วงหน้าฝน 2 – 3 เดือน มากถึง 3 – 4 หมื่นบาทเลยทีเดียว

สำหรับแมงดานั้นส่วนใหญ่หากเป็นชาวบ้านทั่วไปก็จะนำไปทำน้ำพริกแมงดา กินกับผัก นำไปทอด หรือดองน้ำปลา เป็นต้น แต่หากขายส่งพ่อค้าคนกลางหรือส่งขายตามช่องทางออนไลน์ ชาวบ้านก็จะนำไปนึ่งให้ส่งก่อนส่งขาย เป็นต้น.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา