ช่วงปลายฝนต้นหนาวเดือนกันยายนนี้ การเดินทางไปท่องเที่ยวธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ยังมีมนต์เสน่ห์อีกแบบหนึ่ง ท่ามกลางความสดชื่น พืชพรรณไม้นานาพันธ์งอกงามเขียวขจีรับสายฝน ยิ่งได้มีโอกาสสัมผัส “กาญจนบุรี” ซึ่งการเดินทางจากกรุงเทพไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดของคนหนุ่มสาว ถือว่าเดินทางไปชาร์จแบตกัน เที่ยววันหยุดเมืองกาญจน์แบบสบายๆซิลซิล

วันนี้อยากแนะนำ “วัดถ้ำเสือ” ชื่อคล้ายๆวัดที่ จ.กระบี่ แต่ถ้ำเสือที่เล่าถึงนี้ อยู่ที่อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ท้องทุ่ง มองได้หลากหลายมุมแบบ 360 องศา เห็นท้องฟ้าสีคราม ทุ่งนาเขียวขจีที่ได้รับความชุ่มฉ่ำของสายฝเดือนกันยา ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าเย็นสบาย มองสุดตาจะเห็นทะเลสาบและเขื่อนวชิราลงกรณ

หากอยากมาสัมผัส “วัดถ้ำเสือ” ในช่วงหน้าฝนบอกเลย อากาศเย็นสบายๆ ไม่ร้อนจัดเหมือนหน้าร้อนเดือนเมษายน วัดแห่งนี้เริ่มที่มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขา พร้อมด้วยพระอุโบสถอัฎฐมุขทรงไทย ประดับลวดลายงดงาม เน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างลงตัว วัดนี้กองถ่ายหนังและละคร มักจะมาเลือกโลเคชั่นบริเวณดังกล่าวมาสร้างหนังกันจำนวนมาก

จุดเด่นวัดถ้ำเสือ มีงานสถาปัตยกรรม ไทย จีน ญี่ปุ่นให้ศึกษาในเรื่องการออกแบบ โบราณสถานแห่งนี้แบบครบถ้วน ที่ผสมผสานสอดแทรกในงานโครงสร้าง รูปทรงอุโบสถ เจดีย์ที่ไม่เหมือนใคร จนกลายเป็นวัดที่มีความวิจิตรางดงามมากท่ามกลางธรรมชาติ จึงเป็นมนต์เสน่ห์ของนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัส

ยิ่งนักท่องเที่ยวสายมูอย่าพลาดมาเที่ยวเมืองกาญจน์ แวะมากราบหลวงพ่อชินประทานพร องค์พระใหญ่ที่สุด ที่ประดับประดาด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมาขอเรื่องสอบเข้ารับราชการ ส่วนใหญ่จะสมหวังกัน ใครเดินทางมาวัดนี้ สังเกตดูเจดีย์ขนาดใหญ่โดดเด่นสะดุดตา แถวเขตอ.ท่าม่วง เดินทางมาไม่ไกลถึงเป้าหมาย จะตรึงตา ประทับใจในช่วงหน้าฝนนี้

ขอบคุณภาพ : BOY – นะเมติ