เมื่อเร็วๆนี้ คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบนวัตกรรม พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชการและการพัฒนานวัตกรรมกับกลุ่ม KTIS โดยบริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยกับประสบการณ์และโจทย์ของภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่มีโอกาสใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างคุณค่าต่อสังคม ภายใต้แนวคิด “จากเกษตรสู่มูลค่า จากนววัตกรรมสู่ความยั่งยืน”

ความร่วมมือครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบความต้องการผู้ใช้ ผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความเป็นไปได้ในการผลิตและโอกาสทางการตลาด อีกทั้ง เปิดพื้นที่ให้นิสิตเรียนรู้กระบวนการสร้างนวัตกรรมจากสถานการณ์จริง ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการไปจนถึงการต่อยอดธุรกิจ
ที่น่าสนใจ ช่วงที่ผ่านมา ยังไม่ค่อยได้เห็นจุฬาฯ มาเปิดสาขาเกี่ยวข้องกับการเกษตรมากนัก เพราะว่าเมืองไทย มีหลายมหาวิทยาลัยสอนด้านวิชาการเกี่ยวข้องกับเกษตรโดยตรง ทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่คณะใหม่จุฬาฯ “คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ” เปิดมาตั้งแต่ปี 52 เปลี่ยนจากสำนักวิชาทรัพยากรเกษตรเดิม

วัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาผลิตบัณฑิตและเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตรที่ช่วยสร้างมูลค่าสูง เปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิต แบ่งเป็นกลุ่มวิชาการต่างๆ กลุ่มวิชาการผลิต กลุ่มวิชาการแปรรูปและความปลอดภัยอาหาร และกลุ่มวิชาการผลิตและจัดการด้านสัตว์
บัณฑิตที่จบคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ สามารถออกไปทำงานภาครัฐและเอกชนได้หลากหลาย หรือไปทำธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากในแบบฉบับการเรียนเกษตรจุฬาฯ จะต่างกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ เนื่องจากเป็นการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ ที่ได้นำเทคโนโลยี นวัตกรรม และการจัดการมาประกอบใช้กับภาคเกษตร

ตัวอย่าง ผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่ (Smart Enterperneur) หันมาทำฟาร์มสมัยใหม่ เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงนกกระจอกเทศ, เลี้ยงวัวสายพันธุ์ต่าง ,ธุรกิจเกษตรแปรรูป ,ทำระบบฟาร์มปิด โรงงานผลิตพืชอัจฉริยะ หรือออกไปทำธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตร
รวมทั้ง การเป็นนักพัฒนาที่ยั่งยืน ทำงานในองค์กรรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน และหน่วยงานรัฐมากมาย เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน การลดก๊าซคาร์บอนต่ำ รวมทั้ง ลดก๊าซสารเรือนกระจกต่างๆ บุคคลากรเหล่านี้ต้องมีความรอบรู้ เพื่อมาเป็นนักวิจัยและนักนวัตกรรม ภาคเอกชนและสถานศึกษา เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร เมล็ดพันธุ์ หรือการสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชสมุนไพร

อย่าลืมว่ามืองไทย เป็นประเทศเกษตรกรมายาวนาน ปัจจุบันภาครัฐกำลังขับเคลื่อนให้เป็นอุตสาหกรรมเกษตร และบริการ เนื่องจากมีรากฐานทางวัฒนธรรมและมีพื้นที่เกษตรจำนวนมาก สามารถนำมาสร้างรายได้จากท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งอาหาร และการทำเกษตรอัจฉริยะ ดังนั้น นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเกษตร ที่มีความรอบรู้ในเรื่องเกษตรยุคใหม่ จึงมีความต้องการบุคลากรไปร่วมงาน ที่จะกระจายออกไปสู่ต่างจังหวัด ชุมชน และสถานบันที่เกี่ยวข้องต่างๆ
อย่างที่ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวในงานปาฐกถากิตติมศักดิ์ หัวข้อ “เกษตรกรในยุคนี้ คือ นวัตกร และจุฬา สร้างนวัตกรเพื่อสร้างนวัตกรรม” อย่างน่าสนใจในประเด็นหนึ่งว่า เกษตรยุคใหม่ ต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรให้เกิดคุณค่าใหม่ ทั้งการเกษตร เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ มองเห็นโอกาสจากปัญหา และเชื่อมโยงความรู้ข้ามศาสตร์ ทั้งการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรรมศาสตร์ และการบริหารจัดการ โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อให้งานวิจัยนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง ตั้งแต่การมองเห็นปัญหา การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือการบริการ ไปจนถึงการต่อยอดเป็นธุรกิจ
เช่นเดียวกับ รศ.ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช คณบดีคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ มองว่า คณะมุ่งพัฒนานิสิตจากผู้หางานสู่ผู้สร้างโอกาส ผ่านการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ และการทำงานกับโจทย์จริงจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป พร้อมส่งเสริมให้คณาจารย์และนักวิจัยนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่การเป็นเกษตร ที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือรูปแบบธุรกิจใหม่ โดยคำนึงคุณค่าที่ผู้ใช้และสังคมจะได้รับ

อย่างผลงานที่ทำร่วมกับฝ่ายวิจัย นวัตรรมการสร้างมูลค่าและเครือข่าย อาทิ ภาชนะใส่อาหารจากชานอ้อยรูปแบบ PEAS-Free เป็นความร่วมมือคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ ร่วมกับกลุ่ม KTIS ลักษณะภาชนะใส่อาหารจากชานอ้อยที่ย่อยสลายตามธรรมชาติ และปราศจาก PFAS ที่เป็นสารก่อมะเร็ง
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสารสกัดธรรมชาติ พัฒนาจากสาหร่ายพวงองุ่นให้มีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเม็ดสี สามารถสร้างความชุ่มชื่นและกระจ่างใสของผิวหนัง

นวัตกรรมโกก้ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ศูนย์นวัตกรรมเพื่อการวิจัยและพัฒนาโกโก้อย่างยั่งยืน สามารถสร้างรายได้ต่อชุมชน เพื่อความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อนาคตอาหารคาร์บอนต่ำ รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์พร้อมรับประทาน พัฒนาจากมะแขว่น สมุนไพรท้องถิ่นภาคเหนือ ด้วยกระบวนการผลิตจากมาตรฐาน GMP โดยไม่ต้องเติมน้ำมันและผงชูรส เพิ่มความสะดวกในการบริโภคและต่อยอดอัตลักษณ์วัตถุดิบท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร
นี่คือ หนึ่งผลผลิต คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ ที่ร่วมกันสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการไปสู่ นิสิต นักศึกษา ในรูปแบบจุฬา ยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง การคิดใหม่ สร้างสิ่งใหม่ๆ เชื่อมต่องานวิจัยธุรกิจ นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นการตอบโจทย์การตลาดที่ชัดเจน
“โดนใจ ขายของได้อย่างมีมูลค่า”

#คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ
#จุฬาฯ
# เกษตรยุคใหม่

.