ภายในโรงงานผลิตที่มีเสียงเครื่องจักรทำงานอย่างต่อเนื่อง หลี่ เฟิง รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยซางลั่ว กำลังก้มตรวจสอบเครื่องมือและจดบันทึกค่าพารามิเตอร์ของกระบวนการทำให้ทรายควอตซ์มีความบริสุทธิ์สูงแบบเรียลไทม์อย่างละเอียด หลังจากติดตามการทำงานของสายการผลิตแล้ว เขายังต้องกลับไปมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการวิเคราะห์ผลการทดลองต่อไป การทำงานควบคู่กันระหว่างการสอนและวิจัยในมหาวิทยาลัยกับการแก้ปัญหาทางเทคนิคให้ภาคธุรกิจเช่นนี้ เป็นภาพสะท้อนการทำงานประจำวันของบุคลากรในโครงการ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ของมณฑลส่านซี
ที่ผ่านมา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยมีเทคโนโลยีอยู่ในมือ แต่กลับไม่สามารถเข้าไปทำงานร่วมกับภาคธุรกิจได้อย่างแท้จริง ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ แต่กลับขาดช่องทางเข้าถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มณฑลส่านซีจึงนำกลไกการดึงดูดบุคลากรที่มีความยืดหยุ่นผ่านโครงการ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” มาใช้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา การวิจัย และภาคอุตสาหกรรม ล่าสุดได้เปิดรับสมัครโครงการสนับสนุน “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” รอบที่สอง ประจำปี ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยจำนวนมากขึ้นสามารถทำงานเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ และผลักดันให้ผลงานวิจัยที่อยู่บนกระดาษกลายเป็นพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่เป็นรูปธรรม
ขจัดอุปสรรคเชิงระบบ เชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้าสู่สายการผลิต
ที่ผ่านมา การส่งบุคลากรวิจัยเข้าไปทำงานในภาคธุรกิจเผชิญข้อจำกัดสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การผูกติดของอัตรากำลังบุคลากร การประเมินตำแหน่งทางวิชาการ และหน้าที่การงานกับมหาวิทยาลัย ทำให้นักวิจัยไม่กล้าออกไปทำงานในภาคธุรกิจ การขาดข้อตกลงเชิงระบบเกี่ยวกับค่าตอบแทน อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ ทำให้ขาดหลักประกันในการปฏิบัติงาน รวมถึงการขาดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัท ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรม
เพื่อแก้ไขอุปสรรคดังกล่าว ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) มณฑลส่านซีได้ออก “แนวทางการสนับสนุนสถานประกอบการในมณฑลส่านซีในการคัดเลือกและแต่งตั้งรองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีจากสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัย” โดยยึดหลักการ “คงสถานะบุคลากรไว้กับมหาวิทยาลัย แต่นำองค์ความรู้ไปให้บริการภาคธุรกิจ” ซึ่งนักวิจัยยังคงสถานะการจ้างงาน ประวัติบุคลากร และสิทธิประกันสังคมไว้ตามเดิม พร้อมเข้าไปปฏิบัติงานในบริษัทในฐานะบุคลากรนอกเวลา เพื่อผลักดันให้ผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถนำไปใช้จริงในสายการผลิตได้

จ้าว ฮุ่ย (คนแรกจากซ้าย) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยปิโตรเลียมซีอาน กำลังช่วยบริษัทดำเนินการทดลองผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ ภาพโดยผู้ให้สัมภาษณ์
จ้าว ฮุ่ย ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยปิโตรเลียมซีอาน ได้ลงนามในข้อตกลงสามฝ่ายว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้ง “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ร่วมกับบริษัท Xi’an Ruixinke Metal Materials Co., Ltd. โดยกำหนดรูปแบบการให้บริการ ขอบเขตงาน และค่าตอบแทนไว้อย่างชัดเจน ถือเป็นตัวอย่างการดำเนินงานสำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เข้าไปปฏิบัติงานนอกเวลาในภาคธุรกิจ ขณะที่จาง อิ๋น ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง หลังได้รับแต่งตั้งเป็น “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ของบริษัท Shaanxi Zhiyu Tianchengyuan Technology Co., Ltd. ก็สามารถทำงานร่วมกับบริษัทในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในการผลิตเชิงปริมาณ โดยเฉพาะปัญหาความหนาไม่สม่ำเสมอของแถบวัสดุโลหะอสัณฐานและนาโนคริสตัลไลน์ในการผลิตจำนวนมาก เขากล่าวว่า “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีไม่ควรนำเพียงผลงานวิจัยเข้าไปในโรงงาน แต่ต้องลงไปทำงานในสายการผลิตจริงด้วย”
“สาระสำคัญของโครงการ ‘รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี’ คือการขจัดอุปสรรคระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ เพื่อให้นักวิจัยเป็นผู้แก้ไขปัญหาของภาคอุตสาหกรรม” หยาง เต๋อซิง สมาชิกสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีนประจำมณฑลส่านซี และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคตะวันตกเฉียงเหนือ กล่าว พร้อมเสนอว่าควรพัฒนากลไกการบริหารบุคลากรที่ยืดหยุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงศึกษารูปแบบการส่งบุคลากรไปปฏิบัติงานเป็นทีมและการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างสองฝ่าย ตลอดจนส่งเสริมให้ “ศาสตราจารย์จากภาคอุตสาหกรรม” เข้าไปทำงานในมหาวิทยาลัย เพื่อให้การพัฒนาบุคลากรสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
แก้ปัญหาสำคัญของภาคธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทน
หลังจากมีการปรับปรุงกฎระเบียบให้ยืดหยุ่นมากขึ้น “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงที่ปรึกษาทางเทคนิคที่จัดบรรยายหรือให้คำแนะนำ แต่เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในกระบวนการวิจัยและพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจริงในสายการผลิตของบริษัท
ภายในโรงเรือนปลูกสตรอว์เบอร์รีของบริษัท Huangling Leizhen Agricultural Development Co., Ltd. ในอำเภอหวงหลิง หวัง จวินลี่ ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคนิคเสียนหยาง กำลังนำทีมพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินและปรับสูตรสารละลายธาตุอาหารแบบผสม เพื่อเตรียมเพิ่มผลผลิตสตรอว์เบอร์รีในฤดูกาลถัดไป โดยเขามีประสบการณ์วิจัยด้านสตรอว์เบอร์รีมากกว่า 10 ปี และดำรงตำแหน่ง “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ของบริษัทแห่งนี้
“เดิมบริษัทใช้วิธีปลูกสตรอว์เบอร์รีลงดินแบบดั้งเดิม ทำให้มีผลสตรอว์เบอร์รีผิดรูปจำนวนมาก คุณภาพไม่สม่ำเสมอ และมีกำไรค่อนข้างต่ำ” หวัง จวินลี่ อธิบายถึงปัญหาหลักของบริษัท ก่อนนำทีมติดตั้งชั้นปลูกพืชแบบแนวตั้ง นำระบบน้ำหยดที่จ่ายน้ำและปุ๋ยร่วมกันมาใช้ พร้อมจัดทำระบบป้องกันและควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในไตรมาสแรกของปี ค.ศ. 2026 (พ.ศ. 2569) ผลการทดลองปลูกประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน โดยผลผลิตต่อหมู่ (ประมาณ 666.7 ตารางเมตร) เพิ่มขึ้นจาก 1,200 กิโลกรัม เป็น 4,000 กิโลกรัม ระยะเวลาเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า สามารถนำผลผลิตออกจำหน่ายได้เร็วกว่ากำหนดเดิมกว่า 10 วัน และจำหน่ายได้ในราคาสูงกว่าปกติมากกว่าร้อยละ 25

เฉิน จิ่งเหวิน (คนที่สองจากซ้าย) กำลังให้คำแนะนำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีภายในโรงงานวิจัยและพัฒนาระบบขับเคลื่อนเรือพลังงานใหม่ ภาพโดยผู้ให้สัมภาษณ์
ความสำเร็จในลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในมณฑลส่านซี โดยเฉิน จิ่งเหวิน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส่านซี ซึ่งดำรงตำแหน่ง “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ของบริษัท Ankang Hongda Shipbuilding Co., Ltd. ได้พัฒนาเรือขุดลอกตะกอนแบบหัวตัดดูดที่ใช้ระบบไฮดรอลิกเต็มรูปแบบ รุ่น HD500 และแก้ไขปัญหาทางเทคนิคสำคัญ 3 ประการ ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่หวัง ลี่กั๋ว ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซีอาน มุ่งแก้ไขปัญหาทางเทคนิคของบริษัท เช่น การปรับปรุงคุณสมบัติของกระจกออปติคัล และร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจกออปติคัลผิวโค้งสามมิติระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนโดยอาศัยน้ำหนักของตัวกระจกเอง ช่วยให้บริษัทที่เขาเข้าไปปฏิบัติงานได้รับการยกระดับเป็นวิสาหกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนเจิง เฉียว ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส่านซี ได้ผลักดันความร่วมมือระหว่างบริษัทกับมหาวิทยาลัยในการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีวิศวกรรมการแปรรูปถั่วเปลือกแข็งเฉพาะถิ่นเชิงลึก” และ “ฐานประยุกต์ใช้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรเฉพาะถิ่น” โดยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการกะเทาะเปลือกเกาลัดและรักษาสี รวมถึงการรักษาความสดด้วยอุณหภูมิต่ำ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 16 ชนิด
ด้วยการเพิ่มการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างระบบบริหารจัดการบุคลากรที่ยืดหยุ่น และปรับปรุงมาตรการสนับสนุนการปฏิบัติงาน ทำให้ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ในมณฑลส่านซีจำนวนมากขึ้นเข้าไปทำงานร่วมกับภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด โดยอาศัยการบูรณาการระหว่างภาคอุตสาหกรรม การศึกษา และการวิจัย เพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรม และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
เปิดช่องทางเชื่อมโยงทรัพยากร สร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม
โครงการ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ไม่ใช่เพียงการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้าไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้วสิ้นสุดภารกิจ แต่เป็นกลไกสร้างความร่วมมือระยะยาวกับภาคอุตสาหกรรม
มณฑลส่านซีมีสถาบันอุดมศึกษามากกว่า 100 แห่ง และสถาบันวิจัยมากกว่า 1,000 แห่ง จึงใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านการศึกษาและการวิจัยที่มีอยู่ โดยวางระบบอย่างครอบคลุมทั้งการแต่งตั้งบุคลากร การประเมินผล การสร้างแรงจูงใจ และการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยี การร่วมจัดตั้งศูนย์หรือแพลตฟอร์มวิจัย และการพัฒนาบุคลากรเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจที่สามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน

หวัง เหล่ย (คนแรกจากขวา) กำลังตรวจสอบการดำเนินงานภายในโรงหมักไวน์ ภาพโดยผู้ให้สัมภาษณ์
หวัง เหล่ย ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซางลั่ว และดำรงตำแหน่ง “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ของบริษัท Shaanxi Dongfeng Winery Co., Ltd. นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในการควบคุมรสชาติและกลิ่นของไวน์ในกระบวนการผลิตแล้ว ยังนำการเรียนการสอนภาคปฏิบัติในรายวิชา “เทคโนโลยีการผลิตไวน์” มาจัดขึ้นภายในโรงบ่มไวน์ โดยฝึกอบรมบุคลากรหลักของบริษัทไปแล้วรวมกว่า 200 คนครั้ง
หลังจากหลี่ เฟิง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการผลิตทรายควอตซ์ความบริสุทธิ์สูง เขายังเดินหน้าผลักดันความร่วมมือระหว่างบริษัท Shaanxi Zhongtai Materials Technology Co., Ltd. กับมหาวิทยาลัยซางลั่ว เพื่อร่วมกันจัดตั้งห้องปฏิบัติการสำคัญด้านวัสดุฐานซิลิคอนแห่งเมืองซางลั่ว โดยพื้นที่โรงงานของบริษัทได้รับการพัฒนาเป็นฐานการเรียนการสอนภาคปฏิบัติของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยจะส่งนักศึกษาเข้าฝึกปฏิบัติงานในบริษัทเป็นประจำทุกปี หลี่ เฟิง กล่าวว่า “การแก้ไขปัญหาทางเทคนิคเป็นเพียงก้าวแรก การสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือ การพัฒนาทีมงานอย่างต่อเนื่อง และการฝึกอบรมบุคลากรต่างหากที่จะทำให้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจดำเนินไปได้ในระยะยาว”เพื่อให้ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” สามารถปฏิบัติงานร่วมกับบริษัทได้อย่างมั่นใจ หน่วยงานในพื้นที่ต่าง ๆ จึงเดินหน้าปรับปรุงกลไกสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
โดยเมืองเสียนหยางได้จัดตั้งระบบคัดเลือกและส่งบุคลากรเข้าปฏิบัติงานในสองระดับ ได้แก่ ระดับมณฑลและระดับเมือง เพื่อส่งเสริมให้ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการวิจัยและพัฒนา การตัดสินใจด้านการบริหาร และการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัท ส่วนเมืองอวี๋หลินได้จัดสรรงบประมาณเฉพาะกิจ 500,000 หยวน เพื่อดำเนินโครงการนำร่อง “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ขณะที่เมืองอันคังมุ่งเน้นห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญ 9 สาขาของเมือง โดยส่ง “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” เข้าไปปฏิบัติงานในบริษัทแกนนำของแต่ละห่วงโซ่อุตสาหกรรม
มณฑลส่านซียังเดินหน้าปรับปรุงกลไกสร้างแรงจูงใจและเสริมสร้างมาตรการสนับสนุนเชิงนโยบาย โดยหลายพื้นที่ได้นำผลการปฏิบัติงานจริงในบริษัทมาใช้ประกอบการประเมินตำแหน่งทางวิชาการและการสมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนบุคลากร พร้อมใช้มาตรการจูงใจ เช่น การแบ่งผลตอบแทนจากโครงการและการให้สิทธิถือหุ้นตามผลงานวิจัยและพัฒนา รวมถึงมอบเงินสนับสนุนรายละ 50,000 หยวนแก่ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น นอกจากนี้ ยังใช้ระบบประเมินผลร่วมกันในระดับพื้นที่ โดยหน่วยงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับเมืองและอำเภอร่วมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมนำผลการประเมินเข้าสู่ระบบบริหารจัดการความซื่อสัตย์สุจริตทางการวิจัย
โครงการ “รองผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยี” ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับการปฏิบัติงานจริงในภาคอุตสาหกรรม มณฑลส่านซีใช้การปฏิรูประบบดึงดูดบุคลากรที่มีความยืดหยุ่นเพื่อขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงทรัพยากร ส่งเสริมให้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญลงไปทำงานในภาคธุรกิจ นำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพของมณฑลส่านซีอย่างต่อเนื่อง
(ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online หวัง ลี่)
(บรรณาธิการ: ซุน ถิ่ง, เติ้ง หนาน)
ที่มา People’s Daily Online