ทาสยาบ้าคลั่ง!ขอเงินแม่ไปซื้อยาเสพไม่ได้ทุบทำลายสิ่งของข่มขู่ทำร้ายจนต้องย้ายบ้านหนี

“เสพยาบ้า” กลายเป็นคนบ้าคลั่ง ทุบทำลายข้าวของข่มขู่มารดาขอเงินเพื่อไปซื้อยาบ้ามาเสพ กลัวถูกทำร้ายต้องย้ายบ้านหนี ตามไปอยู่ด้วยราวีไม่สิ้น แม้แม่พาไปบำบัดยังหันมาเสพอีก เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบพบปัสสาวะเป็นบวกและยาบ้าไว้ในครอบครอง จริงควบคุมตัวมาดำเนินคดี

อำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ แจ้งเบาะแสบุคคลมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด อาละวาดใช้มีดพร้าทุบทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ข่มขู่มารดาเพื่อให้ได้เงินไปซื้อยาบ้า

โดยผู้ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 มารดาพร้อมด้วยสามีและบุตรสาวได้ย้ายหนีออกจากบ้าน มาพักอาศัยอยู่ที่ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

จากนั้นผู้ถูกร้องเรียนได้ตามมาอาศัยอยู่ด้วยและก่อเหตุซ้ำหลายครั้ง แม้มารดาได้นำตัวผู้ถูกร้องเรียนเข้ารับการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสภาพทางสังคมอยู่หลายครั้ง แต่ผู้ถูกร้องเรียนได้กลับมาเสพยาเสพติด และก่อเหตุเช่นเดิม

ต่อมาฝ่ายปกครองอำเภอเมืองศรีสะเกษ ร่วมกับผู้ปกครองท้องที่ตำบลซำ ลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน พบผู้ถูกร้องเรียนอยู่ภายในบ้านสวน ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจคัดกรองสารเสพติดในปัสสาวะมีผลเป็นบวก และพบยาบ้าอยู่ภายในห้องนอนจำนวน 6 เม็ด

จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) และ มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)

จากนั้นได้ตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ได้สอบสวนมารดาและบิดา จึงทราบว่าว่าบุตรชายมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม จึงไม่เข้าเงื่อนไขสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา และส่งตัวไปสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรองต่อไปได้ ตามมาตรา 114 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด

ในวันเดียวกันนี้ มารดาในฐานะผู้เสียหาย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษเพื่อแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติม ในความผิดฐานกรรโชกทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 337 และมาตรา 358 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แต่ติดขัดปัญหาบางประการ จึงไม่สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้

กระทั่งวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 11.29 น. มารดาในฐานะผู้เสียหาย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ จึงสามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้สำเร็จ โดยพนักงานสอบสวนจะนัดหมายมาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป

“เมื่อผู้เสพคือผู้ป่วยกลายเป็นภัย การบำบัดรักษาไปก็ไร้ผล เมื่อตัวบทกฎหมายยังมืดมน เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป”

เสนาะ วรรักษ์//รายงาน

.

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts