นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม นำเอกสารมายื่นคำร้องต่อนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารเงินบริจาค การจัดซื้อ จัดหา และการใช้จ่ายภายในมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้
โดยวันนี้ทนายตั้ม ได้ใส่สูทสีแดงเลือดหมู และติดหนวด และให้เรียกตนเองว่า “ตั้ม จอมพลัง” และบอกว่า ตนไม่มีเงินจ้างบอดี้การ์ด เลยอยากให้โอนเข้าบัญชี กสิกร888
ทนายตั้ม บอกว่า วันนี้มายืนให้มีการตรวจสอบมูลนิธิ กันจอมพลังช่วยสู้ เพราะมีประชาชนตั้งข้อสงสัยมาขอให้ตนช่วยดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เดินทางมารับหนังสือ และจะดำเนินการไปตรวจสอบ เท่าที่รู้ตอนนี้มูลนิธิดังกล่าวย้ายไปอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ดังนั้นกระทรวงจะต้องทำหนังสือไปถึงจังหวัดเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการไปตรวจสอบ / สิ่งที่คนต้องการให้ตรวจสอบคือ เงินที่โอนเข้ามาในบัญชีของมูลนิธิ ว่า โอนมาเท่าไหร่

และโอนออกใช้จ่ายเท่าไหร่ และค่าใช้จ่ายนั้นได้มีการไปซื้อของ หรือ ไปช่วยอะไรบ้าง // แล้วต้นยังมีข้อมูลจากคนใกล้ชิดของกัน จองพลัง ที่ให้ข้อมูลว่า จะมีการให้บริษัทคนกลาง ไปซื้อของเพื่อนำมาบริจาคแต่ไม่มีการแจ้งรายละเอียดแต่มีการฟันกำไรส่วนต่าง ซึ่งข้อมูลนี้ตนได้ข้อมูลมาจากคนใกล้ชิดถ้าคุณกันรู้รับรองว่าตกใจแน่
ส่วนเรื่องบ้านของกันราคา 250 ล้าน ตนก็ไปตามข้อมูลมาเหมือนกันพบว่าอยู่ในหมู่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ส่วนตัวตนบอกว่าบ้านคงแค่ 60 ล้าน แต่คงมีค่าตกแต่งหรูหราคิดว่าเกิน 100 ล้าน แต่ไม่ถึง 250 ล้าน ซึ่งตนก็อยากให้มีการตรวจสอบ // และในสัปดาห์หน้า ตนจะไปยื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจตรวจสอบเรื่องการฟอกเงินกับมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้
และการที่ตนออกมาเคลื่อนไหวตนไม่ได้คุยกับใครตนคุยเพียงแค่ทนายเดชาที่จะโทรพูดคุยส่งข่าวกันเท่านั้น ส่วนคนอื่น เช่น อาจารย์อ๊อด หรือ ต้นอ้อ พวกเขาตนก็ไม่ได้รู้จักแต่เค้าคงมีประสบการณ์ร่วม หรือประสบการณ์อะไรเกี่ยวกับ กัน จอมพลัง ผมก็ไม่รู้แต่เท่าที่รู้ช่วงที่ผมอยู่ในเรือนจำก็รู้ว่าคุณกัน ไปตรวจตรวจสอบหลายคนเหมือนกัน // ทนายตั้ม บอกว่า ตนไม่ได้กังวล หากกันจอมพลังจะมีแบล็กคอยช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้แบล็กก็ไม่ได้อยู่ฝั่งรัฐบาล ก็ไม่เป็นไรขอให้รัฐบาลเป็นฝ่ายตรวจสอบ

ส่วนกลุ่ม LINE 12 คน ตนเข้ามา ทราบว่าเป็นการตั้งกลุ่มเพื่อตั้งพรรคการเมือง หากการออกมาไลฟ์บอกว่าไม่เกี่ยวข้องหรือออกมาปฏิเสธ ตนก็มองว่าคงปฏิเสธได้ไม่เต็มปากว่าผู้กองเป็นคนให้พรรคมา เพราะถ้าปฏิเสธทั้งหมดผมเชื่อว่าคนอื่นในกลุ่มก็คงออกมาพูดแล้ว และที่พูดไลฟ์ว่าผมเคยติดคุกมาก่อน ยอมรับผมเคยติดคุกคนทั้งประเทศรู้ แต่รอสักวันถ้าวันนึงมีคนตรวจสอบแล้วพบความผิด คุณอาจจะเป็นลูกศิษย์เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตอนนั้นผู้กองก็คงช่วยเหลือไม่ได้
ทนายตั้มยืนยันการเคลื่อนไหวไม่ได้ออกมาเพื่อช่วยเหลือคุณหนุ่ม กรรชัย พร้อมเล่าว่าที่ผ่านมาตูนเคยมีปัญหากับคุณหนุ่ม แต่คุณหนุ่มอายุเยอะกว่าผมแต่ยังมาง้อมาขอโทษ ผมมองว่ามันก็แฟร์แล้วเค้าเป็นคนดี แต่อย่างกรณีของคุณกัน คุณหนุ่มเป็นคนปั้นคุณมาไปเอาโหนกระแสมามาตั้งเท่าไหร่แต่กลับทำไมบอกว่าหมอปลาเป็นคนปั้น พอจังหวะเริ่มเพลี่ยงพล้ำก็จะกลับไปง้อคุณหนุ่มผมก็มองว่าแล้วแต่คุณหนุ่ม ว่าจะกลับไปคืนดีรึเปล่า
ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่า กันจอมพลัง นั้นได้โทรมาหาตน ลักษณะมาปกป้องนักการเมือง หลังตนที่จะแฉขบวนการเว็บพนันออนไลน์นั้น ซึ่งเรื่องเกิดขึ้นตอนที่ตนกำลังไล่เช็คบิลพวกขบวนการเว็บพนันที่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ตนขอยืนยันว่า ตอนนั้น กันจอมพลัง ได้โทรมาบอกให้หยุดแฉ เพราะว่าเป็นพรรคพวกของกัน โดยหากตั้งข้อสังเกตว่า กันจอมพลัง มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองเหล่านี้หรือไม่ ถ้าไม่มีเหตุอะไรกันจอมพลัง คงไม่โทรมาหาตนเพื่อให้หยุดเรื่องดังกล่าว / นอกจากนี้ กันจอมพลัง จะรู้ได้ยังไงว่า คนที่ตนกำลังจะแฉนั้นเป็นคนดีและไม่ได้ทำเว็บพนันจริงๆ ทำไมเชื่อคนง่าย แล้วต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนที่จะมาออกตัวแทน เพราะฉะนั้นการการันตีเพราะว่าเป็นเพื่อนกันนั้น มองได้ว่าเป็นคนสนิทกันหรือเป็นลูกพี่กันมันใช่หรือไม่

ส่วนกรณีเรื่องของโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลของคนพิการ ซึ่งตอนนั้นตนได้เข้าไปพบปะกับนายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย , กันจอมพลัง และคนอื่นๆอีกหลายคน ในระหว่างกินข้าวกันมีพูดถึงเรื่องอดีตว่าใครทำอะไรยังไง กันจอมพลังได้ตอบว่าแต่ก่อนทำเว็บเสือแดงที่เกี่ยวกับลอตเตอรี่ออนไลน์ ตนจึงถามว่าแล้วเอาลอตเตอรี่มาจากไหนราคาเท่าไรแพงไหม กันจอมพลังตอบว่า เขามีลูกพี่ที่ให้โควต้ามา จำไม่ได้แล้วว่ากี่เล่ม แต่กันจอมพลังไม่ได้ทำเว็บนั้นแล้วแต่ยังได้โควต้าอยู่ ได้กินปากเปล่าหรือส่วนต่างใบละ 50 สตางค์ หรือ 1 บาท ไม่แน่ใจ แต่จำคำพูดของเขาได้ว่า ผ่านไปงวดหนึ่งได้เงินสบายๆ 500,000 ถึง 1,000,000 บาท
หลังจากนั้นมีกลุ่มคนพิการคนตาบอดได้มาร้องเรียนกับตน ซึ่งเรื่องนี้เคยตกเป็นข่างมาแล้ว ว่าผู้ร้องเรียนถูกตัดโควต้าไปจากกลุ่ม 5 เสือ ที่ถูกแย่งไปประมาณ 10,000 ฉบับ ซึ่งเรื่องดังกล่าง ตนได้นัดคุยกับนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและผู้ร้องเรียนไว้ในวันพรุ่งนี้ ที่สมาคมฯส่วนเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
ด้านนายชัยวัฒน์ ที่ออกมารับหนังสือระบุว่าหลังจากรับหนังสือไปจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมูลนิธิ ถ้าสถานที่ตั้งมูลนิธิอยู่ในกรุงเทพก็จะให้นายทะเบียนไปตรวจสอบ แต่หากอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดทำหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดไปดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งการตรวจตรวจสอบจะตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง การจ่ายเงินต่างๆ