ปราจีนบุรี — ความคืบหน้ากรณีพบบรรดาขยะอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บดป่นสูงเทียมตึก 2 ชั้น แอบทิ้งกลางไร่อ้อย อ.กบินทร์บุรี โดยใช้วิธีนำ “ขี้ไก่แกลบ” มาเททับฉาบหน้า ตบตาว่าเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ล่าสุดจังหวัดปราจีนบุรีสั่งการเร่งขนย้ายออกจากพื้นที่ด่วน พร้อมส่งตัวอย่างดินตรวจแล็บหาสารเคมีอันตรายแล้ว

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีลักลอบทิ้งเศษสายไฟและกากขยะอิเล็กทรอนิกส์กองมหึมาในไร่อ้อย ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยฉาบหน้าด้วยขี้ไก่แกลบเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนด้านในปนด้วยสายไฟบดและกากขยะอุตสาหกรรม ซ้ำยังใช้เครื่องจักรหนักโรยเศษสายไฟกระจายทั่วแปลงไร่อ้อยเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบกองวัสดุต้องสงสัย จากการสำรวจพบคราบสีดำปรากฏบนเศษวัสดุที่สัมผัสกับน้ำ และมีการนำเศษสายไฟบดป่นไปโรยกระจายทั่วแปลงไร่อ้อยใกล้เคียง

ขณะเดียวกัน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ได้เก็บตัวอย่างดินจำนวน 5 จุด ทั้งบริเวณกองขี้ไก่ พื้นที่ป่ายูคาลิปตัส และปากทางเข้าพื้นที่ เพื่อนำไปวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด โดย รอง ผวจ. สั่งการให้ อบต.เขาไม้แก้ว ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข เร่งจัดการนำวัสดุทั้งหมดออกจากพื้นที่เข้าสู่กระบวนการกำจัดที่ถูกต้องทันที

รูปการณ์ครั้งนี้นับเป็นแทกติกใหม่ของขบวนการลักลอบทิ้งขยะพิษ จากเดิมที่เคยนำเศษสายไฟบดอัดไปตระเวนทิ้งในหลายจุดของ อ.กบินทร์บุรี เช่น ต.หาดนางแก้ว และ ต.วังท่าช้าง ซึ่งเป็นเส้นทางหากินของโขลงช้างป่าเขาอ่างฤาไน รวมถึงการแอบทิ้งในป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ ป่าในพระราชดำริ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบมาเป็น “การเทขี้ไก่แกลบกลบหน้า” เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และอ้างว่าเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ทั้งที่ไส้ในซุกซ่อนขยะอุตสาหกรรมปนเปื้อน

ล่าสุดเวลา 20.00 น. นายสุนทร คมคาย (เกษตรแหลม) ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ตนเองได้ลงพื้นที่คุ้ยเช็ดผิวกองขี้ไก่ เผยให้เห็นเศษสายไฟบดป่นแน่นเอียดอยู่ภายใน พร้อมนำสื่อมวลชนเดินสำรวจแปลงไร่อ้อยกว่า 1,000 ไร่ ที่พบการใช้เครื่องจักรหนักโรยขยะพิษปะปนกับต้นอ้อยอย่างน่าตกใจ

กลุ่มชาวบ้านและเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้สอบสวนขยายผลถึงเถ้าแก่เจ้าของที่ดินและโรงงานต้นทาง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่า ชาวปราจีนบุรีจะไม่ยอมทนให้พื้นที่เกษตรกรรมและผืนป่าธรรมชาติกลายเป็นที่รองรับขยะอุตสาหกรรม หรือถังขยะโลกของกลุ่มทุนมืดอีกต่อไป

###มานิตย์ สนับบุญ –ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ /ปราจีนบุรี##