ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการผ่าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศสกัดกั้นขบวนการนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองรวมไปถึงขยายผลการจับกุมผู้ให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา ร่วมกับ ตม.จว.เชียงราย จับกุมนายนิคมฯ และในวันเดียวกัน ตม.จว.นราธิวาส ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับกุมนายรุสดีย์ฯ หรือบังดี สองตัวการสำคัญระดับสั่งการนำพาคนจีนลักลอบไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศมาเลเซีย

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม. 6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา พร้อมชุดสืบสวน ขยายผลการจับกุม จากกรณี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2569 มีการตรวจค้นรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ผลการตรวจค้นพบคนจีน 6 คน และคนเมียนมา 1 คน ลักลอบเข้ามาจากประเทศกัมพูชาพร้อมโทรศัพท์มือถือรวมกว่า 20 เครื่อง เชื่อว่าพักคอยเพื่อเตรียมไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า นายรุสดีย์ (นามสมมติ) หรือบังดี เป็นผู้รับคำสั่งมาจากนายทุนต่างประเทศ ติดต่อให้นายนิคม (นามสมมติ) ว่าจ้างนายสมบัติ (นามสมติ) จัดหารถรับคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจากพื้นที่ตอนบนมาพักยังที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงจะมีนายฮาบีบ (นามสมมติ) ลูกน้องสายตรงบังดี รับช่วงต่อเตรียมเดินทางออกทางช่องทางธรรมชาติเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่ง เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 ศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับทั้ง 4 คน ในความผิดข้อหา ร่วมกันให้ที่พักพิง ให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่

ในการติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับครั้งนี้ ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 ประสานความร่วมมือกับตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ติตตามหาเบาะแสทั้ง 4 คน โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ตม.จว.ยะลา ร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.2 บก.สส.จชต. ตามจับกุมนายฮาบีบฯ ได้ที่บ้านพักในเขตจังหวัดยะลา และต่อมา วันที่ 17 ส.ค. 2569 ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา และตำรวจทางหลวง ตามจับกุมนายสมบัติฯ ได้ขณะพักผ่อนที่บ้านหลังหนึ่งในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.สงขลา ตามจับกุมนายนิคมฯ ได้ที่บ้านพักในเขตจังหวัดเชียงราย และในวันเดียวกันนายรุสดีย์ฯหรือบังดี หัวหน้าขบวนการถูกเจ้าหน้าที่ ตม.จว.นราธิวาส ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามจับกุมได้คาด่านตรวจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานเพิ่มเติมว่า ขบวนการนี้มีการตั้งราคาในการนำพาคนจีนที่ต้องการลักลอบไปประเทศมาเลเซียสูงถึง 65,000 บาทต่อคน และจากพยานหลักฐานที่ขบวนการนี้มีการลักลอบขนคนจีนมากว่า 1 ปี เชื่อว่ามีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 6-10 ล้านบาท

โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณากำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ที่ต้องการกวาดล้างขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองให้สิ้นซาก หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สตม. 1178


.