ตำรวจบุกหนุ่มบัญชีม้าหนี 2 หมายจับคดีหลอกลงทุนเหยื่อสูญครึ่งล้าน-ยาเสพติด

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) นำโดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้กำลังชุดจับกุมสืบสวนยามดึก เข้ารวบตัว นายวิษณุ สัยเกตุ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับ 2 คดีรวด ได้ที่บริเวณริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก คดีหลอกลวงลงทุนออนไลน์หลากรูปแบบ โดยมีผู้เสียหายถูกแก๊งคนร้ายใช้แอปพลิเคชันไลน์ในชื่อ “ติวเตอร์ อัจฉราพรรณ” เข้ามาตีสนิทและใช้อุบายหลอกลวงให้ร่วมลงทุน ชักชวนอ้างผลตอบแทนสูงจากการช่วยผลักดันยอดขายและกระจายสินค้าบนเว็บไซต์ พร้อมการันตีว่าสามารถถอนทั้งเงินต้นและกำไรคืนได้อย่างง่ายดาย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจึงทำการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทยในชื่อ นายวิษณุ (ผู้ต้องหา) และพวก รวมหลายครั้ง เสียหายเบื้องต้นกว่า 90,000 บาท โดยในช่วงแรกคนร้ายจ่ายผลตอบแทนกลับมาเพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างความไว้วางใจ ก่อนจะล่อลวงให้โอนเพิ่มอีก 80,000 บาท ทว่าเมื่อผู้เสียหายไม่ยินยอมโอนเพิ่ม แก๊งมิจฉาชีพก็ชักสายบัวตัดขาดการติดต่อทันที

จากการขยายผลสืบสวนเส้นทางการเงินของพนักงานสอบสวน พบความเชื่อมโยงอันน่าตกใจว่า บัญชีธนาคารของนายวิษณุไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแค่คดีเดียว แต่ยังถูกนำไปใช้ก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.ศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เหยื่ออีกรายสูงถึง 542,599 บาท รวมมูลค่าความเสียหายเบาะๆ กึ่งล้านบาท นำไปสู่การออกหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 827/2568 ในข้อหาหนักทั้งเรื่องการเปิดบัญชีม้า ยินยอมให้ผู้อื่นใช้ซิมโทรศัพท์เพื่อการกระทำผิดทางเทคโนโลยี ร่วมกันฉ้อโกง และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่านายวิษณุยังมีหมายจับติดตัวของศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 874/2568 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน ครอบครองและเสพ) อีก 1 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี

กระทั่งชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. สืบทราบกบดานล่าสุดว่า ผู้ต้องหาแอบเดินทางมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เขตดอนเมือง จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์จนพบตัวตรงตามรูปพรรณสันฐาน และเข้าแสดงตัวจับกุม

จากกาสอบถาม นายวิษณุ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนตกเป็น “เหยื่อ” เช่นกัน โดยอ้างเรื่องราวว่า ได้รับการชักชวนให้ไปทำงานที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา สัญญาให้ค่าจ้างสูงถึงเดือนละ 12,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเปิดบัญชีธนาคารติดตัวไปด้วย ก่อนจะพาเดินทางข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ

แต่เมื่อไปถึงกลับโดนส่งตัวไปทำงานกับกลุ่มเว็บพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมถูกยึดบัญชีไปใช้รับเงินหลอกลวง โดยตนทำงานอยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือนก็ถูกส่งตัวกลับไทย จึงเพิ่งมารู้ว่าถูกหลอกไปทำบัญชีม้า  ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts