สาวลาว ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ขณะที่เดินไปหางานทำในยามวิกาล คู่กรณีได้บุกเข้ามาประชิดตัวในลักษณะปกติ ไม่ได้มึนเมา ก่อนจะทำร้ายร่างกายโดยไม่มีการพูดจาหรือบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ทันตั้งหลักจึงถูกอีกฝ่ายใช้กระเป๋าทุบเข้าที่ศีรษะ และใช้ของแข็งคล้ายก้อนหินกระแทกเข้าที่หน้าผากจนเลือดไหล ด้วยความสงสัยจึงเดินตามไปสอบถามบริเวณปากซอยสุขุมวิท 15 ว่าทำร้ายตนเพราะเหตุใด แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบเหตุผล ทำเพียงบอกว่า “ไม่ชอบขี้หน้า” พร้อมข่มขู่ว่าอย่าให้เจออีกไม่งั้นจะทำร้ายหนักกว่าเดิมถึงขั้นขู่ฆ่า

ต่อมา พลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันควบคุมตัวคู่กรณีส่ง สน.ลุมพินี แต่ในชั้นสอบสวน คู่กรณีกลับปฏิเสธไม่ยอมรับผิด และตำรวจแจ้งว่าไม่สามารถแจ้งข้อหาได้ ในระหว่างการไกล่เกลี่ยด้วยความที่ตนไม่รู้กฎหมาย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งเทียบปรับคู่กรณีเป็นเงิน 1,000 บาท แล้วปล่อยตัวไป โดยไม่ได้สอบถามหรือขอความยินยอมจากตน ซึ่งตนมองว่าไม่ยุติธรรม เพราะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเองถึงเกือบ 3,000 บาท โดยที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือชดใช้ใดๆ จากคู่กรณี

ผู้เสียหายพยายามติดตามคดีมาโดยตลอด และมีนัดแนะกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่คู่กรณีกลับไม่มาตามนัด ซ้ำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจยังแจ้งตนว่า ไม่สามารถฟ้องร้องหรือดำเนินคดีต่อได้แล้วเนื่องจากมีการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว ถือว่าคดีสิ้นสุด หากจะดำเนินคดีใหม่ต้องรอให้อีกฝ่ายมาก่อเหตุทำร้ายร่างกายอีกครั้ง น.ส.ดา จึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง และรู้สึกหวาดกลัวกับคำขู่ของคู่กรณีเป็นอย่างมาก ยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก มีปัญหาระหว่างกัน หรือเคยพบหน้าคู่กรณีมาก่อน จึงตัดสินใจเดินทางมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเพจสายไหมต้องรอดในที่สุด

.