คมนาคมเร่งเครื่องอุดรฯ! ทางคู่ขอนแก่น–หนองคายคืบ 9.6% ปักหมุดเปิดปี 71 เร่งสร้างจุดหยุดรถไฟรับ “พืชสวนโลก” เชื่อมไทย–ลาว–จีน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ตรวจราชการและติดตามการยกระดับศักยภาพโครงข่ายคมนาคมทั้งระบบรางและทางถนน โดยมี นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ร่วมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวางโครงข่ายเชื่อมโยงไทย สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน
นายพิเชฐ เปิดเผยว่า หนึ่งในโครงการสำคัญที่ติดตามครั้งนี้ คือ โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น–หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีความคืบหน้าร้อยละ 9.6 โดยตั้งเป้าก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2571

โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบรางสายยุทธศาสตร์ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า พร้อมรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ยกระดับศักยภาพโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
คณะยังลงพื้นที่สถานีรถไฟอุดรธานี เพื่อตรวจความพร้อมด้านการให้บริการประชาชน รวมถึงแนวทางพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีให้สอดรับกับโครงข่ายระบบรางในอนาคต โดยเฉพาะการเชื่อมต่อรถไฟกับระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น เพื่อให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รองรับการเติบโตของอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการติดตามความพร้อมของระบบรางเพื่อรองรับ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนระหว่างโครงการรถไฟทางคู่ขอนแก่น–หนองคาย กับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่ทั้งสองเดินหน้าอย่างสอดคล้อง ไม่เป็นอุปสรรคต่อกัน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังมีการประเมินและเตรียมมาตรการรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่คาดว่าจะหลั่งไหลเข้าสู่จังหวัดอุดรธานีในช่วงมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ต่อมา วันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายพิเชฐ พร้อมเจ้าหน้าที่ ขร. ลงพื้นที่บริเวณจุดที่จะก่อสร้างที่หยุดรถไฟและจุดตัดทางรถไฟภายในพื้นที่จัดมหกรรมพืชสวนโลก เพื่อตรวจความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่พื้นที่จัดงาน
สำหรับ ที่หยุดรถไฟชั่วคราว จะก่อสร้างชานชาลาสูง 1.10 เมตร ความยาวประมาณ 200 เมตร รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่งานด้วยรถไฟ

ขณะเดียวกัน จะก่อสร้าง จุดตัดทางรถไฟเสมอระดับ 2 แห่ง ระหว่างสถานีอุดรธานี–สถานีนาพู่ จุดแรกบริเวณกิโลเมตรที่ 574+725.25 ถนนกว้างประมาณ 23 เมตร สำหรับยานพาหนะที่ใช้งานในโครงการมหกรรมพืชสวนโลกโดยเฉพาะ ส่วนจุดที่สองบริเวณกิโลเมตรที่ 574+815.74 ถนนกว้างประมาณ 20 เมตร ใช้เป็นทางเดินเข้า–ออกสำหรับนักท่องเที่ยว โดยจุดตัดทั้งสองแห่งจะทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่จัดงานที่ตั้งอยู่คนละฝั่งของทางรถไฟเข้าด้วยกัน
ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างขั้นตอนประกวดราคา โดยใช้งบประมาณจากงบกลางของจังหวัดอุดรธานี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 และต้องแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 ก่อนมหกรรมพืชสวนโลกเปิดฉาก

ด้านมาตรการความปลอดภัย รฟท.จะจัดพนักงานควบคุมและดูแลบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั้ง 2 แห่ง พร้อมติดตั้งและใช้แผงเข็นกั้น เพื่อบริหารจัดการการสัญจร ลดความเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว
นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living”
การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่ระบบรางจะกลายเป็นหนึ่งในเส้นเลือดหลักในการลำเลียงประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าสู่พื้นที่จัดงาน รวมถึงเชื่อมต่อการเดินทางจากจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน

“ระบบรางจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงการเดินทางกับจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน การเตรียมความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ และความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเดินทางเข้าสู่พื้นที่จัดงานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมรองรับปริมาณการเดินทางที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงการจัดงาน” นายพิเชฐ กล่าว
อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวทิ้งท้ายว่า ขร. พร้อมบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ควบคู่กับการสนับสนุนมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีให้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย โดยมีเป้าหมายยกระดับ “ระบบราง” ให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งระหว่างภูมิภาค สนับสนุนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

.