วิกฤตน้ำป่าแม่ฮ่องสอนยังหนัก! ระดับแม่น้ำปายพุ่งเกินจุดอันตราย หลังฝนหนักตั้งแต่ปาย-ปางมะผ้า-เมืองแม่ฮ่องสอน มวลน้ำทะลักท่วมพื้นที่เกษตร ซ้ำ “สะพานซูตองเป้” ถูกน้ำป่าซัดขาดเกือบ 10 เมตร ชาวนาระทม ต้นกล้าข้าวจมน้ำตายกว่า 100 ไร่

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังน่าเป็นห่วง หลังฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปายพุ่งสูงเกินระดับวิกฤติ และเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง ขณะที่ “สะพานซูตองเป้” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ถูกกระแสน้ำป่าพัดท่อนไม้ขนาดใหญ่กระแทกจนสะพานขาดเพิ่ม รวมระยะทางเกือบ 10 เมตร พระและสามเณรไม่สามารถเดินข้ามไปบิณฑบาตได้ตามปกติ

เมื่อเวลา 08.00 น. สถานีวัดระดับน้ำปาย Sw.5A บ้านท่าโป่งแดง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานระดับน้ำในแม่น้ำปายวัดได้ 3.51 เมตร ขณะที่ระดับวิกฤติอยู่ที่ 2.75 เมตร เท่ากับระดับน้ำสูงกว่าจุดวิกฤติถึง 76 เซนติเมตร ส่วนปริมาณฝนรายงานอยู่ที่ 31.1 มิลลิเมตร ส่งผลให้มวลน้ำเริ่มไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรบางแห่งในตำบลปางหมูและตำบลผาบ่องแล้ว

สาเหตุที่ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มาจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่เหนือขึ้นไป ตั้งแต่อำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า ไปจนถึงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นวงกว้าง
สถานการณ์ที่บริเวณ สะพานซูตองเป้ บ้านกุงไม้สัก ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำแม่สะงาไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่นาบริเวณใต้สะพานเป็นวงกว้าง กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้การสัญจรผ่านสะพานได้รับผลกระทบ

พระภิกษุและสามเณรจากวัดภูสมะวนารามต้องเปลี่ยนวิถีการออกบิณฑบาต โดยอาศัยรถเดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านกุงไม้สัก เนื่องจากไม่สามารถเดินข้ามสะพานซูตองเป้ได้ตามปกติ
เคราะห์ซ้ำในช่วงเช้าวันเดียวกัน กระแสน้ำป่าได้พัดท่อนไม้ขนาดใหญ่ไหลมากระแทกสะพานซูตองเป้ บริเวณช่วงระหว่างสะพานข้ามแม่น้ำแม่สะงากับนาข้าวบ้านกุงไม้สักอย่างรุนแรง ส่งผลให้ตัวสะพานที่เดิมได้รับความเสียหายขาดไปแล้วประมาณ 4 เมตร ถูกกระแสน้ำซัดจนขาดเพิ่ม ล่าสุดความเสียหายขยายเป็นระยะทางรวมเกือบ 10 เมตร ทำให้ไม่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสะพานเท่านั้น แต่ยังลุกลามเข้าสู่พื้นที่ทำกินของชาวบ้าน โดยเกษตรกรเจ้าของที่นาในบ้านกุงไม้สักเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่นาในหมู่บ้าน รวมถึงนาข้าวบริเวณใต้สะพานซูตองเป้ ยืดเยื้อมานานนับสัปดาห์ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อต้นกล้าข้าวที่เกษตรกรเพิ่งลงแรงปลูกไปได้ไม่นาน
หลังต้นกล้าข้าวต้องจมอยู่ใต้น้ำนานเกินกว่า 3 วัน หลายแปลงเริ่มตายลงจากภาวะขาดออกซิเจนและเกิดปัญหารากเน่า สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก

เบื้องต้นพื้นที่ดังกล่าวมีนาข้าวได้รับผลกระทบรวม 26 แปลง ของเกษตรกร 26 ราย คิดเป็นพื้นที่เสียหายมากกว่า 100 ไร่ ท่ามกลางสถานการณ์ระดับน้ำที่ยังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ
ข่าว/ภาพ : ทศพล บุญพัฒน์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

.
