เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานร่วมและร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด โครงการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับชาติ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีดิจิทัลเสริมพลังระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล” ณ อาคารเดอะ แพลทตินั่ม ฮอลล์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
ภายในพิธีมี นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ผศ.ดร.ธงศักดิ์ชัย สายพระราษฎร์ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ เขต 1 นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส.กระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย พร้อมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายอังกูรกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมเน้นย้ำว่า จังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และหมู่เกาะอันงดงาม ตามคำขวัญประจำจังหวัด “แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี” จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่กล่าวว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินถือเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องชีวิตของประชาชนและผู้มาเยือน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับเมืองท่องเที่ยว การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยให้รวดเร็ว แม่นยำ และสามารถยกระดับมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ

นายอังกูรยังระบุว่า การประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญที่บุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยปฏิบัติการ และภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมใหม่ เพื่อขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ด้านนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน กระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานและภาคีเครือข่ายตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

นอกจากนี้ ยังมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ พร้อมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากร หน่วยปฏิบัติการ และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในการช่วยเหลือประชาชน เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศในอนาคต
สำหรับการประชุมวิชาการครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,650 คน ประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ นอกจากจะเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินของไทยแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างความคึกคักให้กับภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่อย่างมีนัยสำคัญ



.