ภายในงาน เปรี้ยวปาก เฟสติวัล ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ได้มีการเปิดตัวโครงการ “คลุก เคล้า ข้าวแกง” (Cook Cul Khao Gaeng หรือ Cooking Culture Khao Gaeng) อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ข้าวแกง จากจานบ้านๆ สู่อาหารประจำชาติ” ท่ามกลางความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชน เพื่อประกาศภารกิจผลักดัน “ข้าวแกงไทย” ให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกในฐานะมรดกอาหารของชาติ

โดยมี ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, นางสาวสาธิตา โสรัสสะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด และหัวหน้าโครงการ, นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ, นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทม์ บรอดคาสท์ จำกัด ผู้ผลิตรายการเปรี้ยวปาก ช่อง 3, นางภัทรี กิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทม์ บรอดคาสท์ จำกัด และ รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประกาศทิศทางการผลักดันโครงการ

โครงการดังกล่าวต่อยอดความสำเร็จจากปี 2568 ที่บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมภัตตาคารไทย และพันธมิตร จัดการแข่งขัน “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” หรือ Khao Gaeng Thai Curry Rice Championship 2025 เพื่อค้นหาสุดยอดร้านข้าวแกงของประเทศ ชิงถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานร้านข้าวแกงไทยทั่วประเทศ

สำหรับปี 2569 โครงการได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ ททท. ผลิตสื่อสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “ข้าวแกงไทย” ในมิติของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านสารคดีสั้นในรายการเปรี้ยวปาก ช่อง 3 รวมถึงคอนเทนต์และอินโฟกราฟิกเผยแพร่ความรู้ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

หัวใจสำคัญของโครงการ คือการรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันให้ “ข้าวแกงไทย” ก้าวสู่การเป็น มรดกอาหารของชาติ ก่อนต่อยอดสู่การเป็น มรดกอาหารแห่งเอเชีย และเป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage : ICH) ขององค์การยูเนสโก เช่นเดียวกับ “ต้มยำกุ้ง” โดยมองว่าข้าวแกงเป็นตัวแทนวัฒนธรรมอาหารไทยที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าผู้คนจะเดินทางไปจังหวัดใดก็สามารถพบร้านข้าวแกงที่รวบรวมเมนูพื้นถิ่นไว้ในจานเดียว เปรียบได้กับ “นาซีเลอมัก” ของมาเลเซีย หรือ “ลักซา” และ “ข้าวมันไก่” ของสิงคโปร์

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 โครงการ “คลุก เคล้า ข้าวแกง” ยังได้เดินทางสู่เวทีต่างประเทศ โดยร่วมออกบูธประชาสัมพันธ์ในงานพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถไทยแห่งใหม่ ณ วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน ซึ่งมีผู้ร่วมงานนับหมื่นคน ทั้งชาวไทย ชาวยุโรป ตลอดจนผู้แทนจากกว่า 250 วัดทั่วโลก โดยอาหารไทย โดยเฉพาะข้าวแกง เครื่องแกง และวัตถุดิบไทย ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานอย่างมาก พร้อมมีการแนะนำโครงการต่อผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน เพื่อขยายเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ในระดับนานาชาติ

เวทีเสวนายังสะท้อนว่า ข้าวแกงไทยไม่ได้เป็นเพียงอาหารจานด่วนหรือสตรีทฟู้ดที่เข้าถึงได้ง่ายเท่านั้น แต่หลายร้านยังได้รับการยกระดับจนคว้ารางวัลมิชลิน และกลายเป็นร้านอาหารไทยที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก อีกทั้งยังโดดเด่นด้านคุณค่าทางสุขภาพ เพราะใช้สมุนไพรและเครื่องเทศไทยเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพริก ข่า ตะไคร้ หอมแดง หรือกระเทียม ซึ่งล้วนมีสรรพคุณเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ภายในงานยังมีการจัดบูธโครงการ “คลุก เคล้า ข้าวแกง” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ข้าวแกงไทยควรได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ทรงพลังของประเทศ เป็นเมนู Must Taste สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ควบคู่กับการรณรงค์ให้ผู้ประกอบการใส่ใจสุขภาพผู้บริโภค ด้วยการลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม และลดโซเดียม เพื่อให้ข้าวแกงไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

นอกจากนี้ ผู้ร่วมเสวนายังมองตรงกันว่า ข้าวแกงสามารถทำหน้าที่เป็น “สื่อวัฒนธรรม” ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของคนไทยผ่านเรื่องราวของอาหารในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นคอนเทนต์ระดับสากลได้ในอนาคต

ขณะเดียวกัน ข้าวแกงยังถือเป็นกลไกสำคัญของ Food Economy ไทย เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารในประเทศมีมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท โดยร้านข้าวแกงและธุรกิจสตรีทฟู้ดเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และ Micro SMEs ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ กระจายโอกาส และสะท้อนเสน่ห์อาหารไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างแท้จริง

#คลุกเคล้าข้าวแกง
#CookCulKhaoGaeng
#CookingCultureKhaoGaeng
#ข้าวแกงไทยสู่ยูเนสโก
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
#สมาคมภัตตาคารไทย
#เปรี้ยวปากFestival2026
#เปรี้ยวปาก