ที่บริเวณไร่อ้อยและพื้นที่นาทางทิศตะวันตกของบ้านวังเจริญ หมู่ 2 ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น กลายเป็นจุดสนใจหลังโลกออนไลน์เผยแพร่ภาพหลุมยุบขนาดใหญ่จำนวน 7 หลุม กระจายอยู่ในพื้นที่การเกษตร สร้างความตกใจให้ประชาชน พร้อมมีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
นายคมเพชร ครสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง เปิดเผยว่า หลุมยุบดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 โดยในช่วงแรกที่เกิดเหตุ นักธรณีวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ พร้อมให้ข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นชั้นหินปูน ซึ่งมีโอกาสเกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติได้

ก่อนเกิดหลุมยุบแต่ละครั้ง มักมีสัญญาณเตือนหลายลักษณะ ทั้งการทรุดตัวเป็นแอ่งเล็ก ๆ พื้นดินยุบเป็นหลุม หรือบางจุดพบอากาศผุดขึ้นมาคล้ายกับน้ำกำลังเดือด ก่อนที่พื้นดินจะทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน ทำให้ชาวบ้านที่ต้องออกไปทำนา ทำไร่ และทำสวน ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าพื้นดินจะยุบตัวเมื่อใด
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้พลัดตกลงไปในหลุมหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ประชาชนในพื้นที่ต่างต้องเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบอาชีพ
นายคมเพชร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อบต.ห้วยม่วง ได้ประสานนักธรณีวิทยาและหน่วยงานราชการหลายแห่งเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ทุกครั้งที่เกิดหลุมยุบ โรงโม่หินที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่จะนำหินคลุกเข้ามาถมหลุมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่หลายจุดกลับทรุดตัวซ้ำอีกภายในเวลาไม่นาน บางหลุมเกิดการยุบซ้ำหลังถมเพียงประมาณ 1 ปี

นายก อบต.ห้วยม่วง ยอมรับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาขนาดใหญ่ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากโรงโม่หินและหน่วยงานภายนอก แม้จะมีการนำหินคลุกมาถมหลุม แต่พื้นที่เกษตรของประชาชนหลายแห่งกลับสูญหาย ไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ ส่งผลกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตของชาวบ้านโดยตรง
จากนี้จะประสานนักธรณีวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัย ลงพื้นที่ศึกษาสภาพธรณีวิทยาอย่างละเอียด เพื่อนำผลการตรวจสอบมาหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ด้าน นางหนูศิลป์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี เจ้าของพื้นที่เกษตร เปิดเผยว่า ตนมีที่ดินทำกินอยู่ 2 แปลง โดยแปลงแรกเป็นนาข้าวเนื้อที่ 3 ไร่ พบหลุมยุบ 1 หลุม ซึ่งเริ่มทรุดตัวตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม และเมื่อเดินทางมาตรวจดูในช่วงเช้าวันที่ 4 สิงหาคม พบว่าหลุมขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมได้ยินเสียงดินแตกร้าวและลั่นจากการทรุดตัวของพื้นดิน

ส่วนพื้นที่อีกแปลงเป็นไร่อ้อยเนื้อที่ 9 ไร่ พบหลุมขนาดใหญ่ถึง 5 หลุม กระจายอยู่ภายในแปลง จนไม่กล้าเดินเข้าไปตรวจสอบ เพราะเกรงว่าพื้นดินจะทรุดตัวซ้ำและพลัดตกลงไป แม้จะรู้สึกหวาดกลัว แต่ยังจำเป็นต้องเร่งดำนาให้เสร็จเพื่อเลี้ยงชีพ
ชาวบ้านจำนวนหนึ่งเชื่อว่า การเกิดหลุมยุบอาจมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของโรงโม่หินและการสูบน้ำใต้ดินในพื้นที่ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมพิจารณาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหาย เนื่องจากพื้นที่หลายแห่งไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้อีกต่อไป
ทั้งนี้ ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักธรณีวิทยามีกำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อค้นหาสาเหตุของการเกิดหลุมยุบ และร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว

.