โคนมอีสานวิกฤต !อ.ส.ค.ค้างเงิน 5 เดือน เกษตรกรเดือดร้อนหนัก จ่อบุกทำเนียบจี้รบ.สางปัญหา

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม บ้านคำแคน หมู่ 12 ตำบลดงเมืองแอม อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่นเตรียมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือและขอเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา รวมทั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาการค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ ซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 5 เดือน จนสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่

เกษตรกรระบุว่า แม้จะส่งน้ำนมดิบให้กับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบอุบลรัตน์-เขาสวนกวาง ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) จังหวัดขอนแก่น อย่างต่อเนื่องทุกวัน แต่กลับไม่ได้รับเงินค่าจำหน่ายน้ำนมตามกำหนด ส่งผลให้หลายฟาร์มขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

น.ส.สุกัญญา ศรีบุญเรือง อายุ 39 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ เปิดเผยว่า ครอบครัวประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมมานานกว่า 23 ปี ปัจจุบันมีวัวกว่า 80 ตัว เป็นแม่โคนมรีดนม 35 ตัว ผลิตน้ำนมดิบได้วันละประมาณ 530 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 21-22 บาท โดยส่งให้ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบทั้งช่วงเช้าและเย็นเป็นประจำ

ทั้งนี้ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบอุบลรัตน์-เขาสวนกวาง รับซื้อน้ำนมจากเกษตรกร 25 ฟาร์ม ปริมาณรวมประมาณ 6,000 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 126,000 บาทต่อวัน แต่เกษตรกรกลับไม่ได้รับเงิน ทั้งที่ยังต้องรับภาระต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ค่าจ้างแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินฟาร์ม ขณะที่ค่าอาหารสัตว์ยังต้องซื้อจาก อสค. ตามปกติ

“เงินค่าน้ำนมถูกค้างมานานเกือบ 5 เดือน ทั้งที่ควรได้รับทุก 15 วัน เวลาไปทวงถามก็ได้รับคำตอบเพียงว่า อสค.ยังขายนมไม่ได้ แต่ทุกฟาร์มยังต้องเลี้ยงวัวต่อ ต้องหาอาหารให้วัวทุกวัน ต้องจ่ายค่าแรงคนงาน การเงินในฟาร์มแทบหมุนไม่ออก หลายครอบครัวต้องทยอยขายวัวเพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่อง หากปล่อยไว้อีกไม่นาน ฟาร์มโคนมจำนวนมากอาจต้องปิดกิจการ” น.ส.สุกัญญา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นและอุดรธานีไม่น้อยกว่า 400 คน ได้รวมตัวกันเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมตั้งคำถามว่า หากน้ำนมดิบที่เกษตรกรส่งทุกวันยังถูกนำไปผลิตและจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ แล้ว เหตุใดจึงไม่มีเงินกลับมาจ่ายให้เกษตรกรผู้ผลิตต้นทาง

ด้าน นายวิชัย สอนชา อายุ 70 ปี สมาชิกสหกรณ์โคนมน้ำพอง จำกัด มานานกว่า 15 ปี กล่าวว่า ปัจจุบันเลี้ยงวัวนม 75 ตัว มีแม่โครีดนมประมาณ 40 ตัว ส่งน้ำนมดิบผ่านศูนย์รับซื้อนม อสค.บ้านโนนเจริญ มาโดยตลอด ไม่เคยประสบปัญหาการรับเงินล่าช้าในอดีต เพราะสหกรณ์จะจ่ายเงินครบทุกงวด พร้อมหักค่าอาหารสัตว์จากรายได้ตามปกติ โดยตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นมา สหกรณ์ฯ ไม่สามารถจ่ายเงินค่าน้ำนมให้สมาชิกได้ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในครัวเรือน รวมถึงซื้อปุ๋ยสำหรับทำนาและทำไร่อ้อย จนภาระหนี้สินพอกพูนขึ้นต่อเนื่อง

นายวิชัย เปิดเผยว่า เฉพาะของตนเองถูกค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบเกือบ 1 ล้านบาท แม้จะสอบถามไปยังสหกรณ์หลายครั้ง แต่ได้รับคำตอบเพียงให้รอต่อไป ทั้งที่เวลาผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว

“วันนี้เกษตรกรกำลังเดือดร้อนกันทั้งระบบ หลายคนต้องขายวัวทุกวันเพื่อนำเงินมาใช้หนี้และประคองครอบครัว เราเคยยื่นเรื่องร้องเรียนกับรัฐบาลชุดก่อนและรัฐมนตรีคนก่อนมาแล้ว แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข จึงหวังว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจำนวนมากอาจต้องเลิกอาชีพ” นายวิชัย กล่าว

นายวิชัย ยังตั้งข้อสังเกตว่า น้ำนมดิบที่เกษตรกรส่งให้ทุกวันถูกนำไปใช้ประโยชน์ที่ใด หากมีการนำไปผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมตามปกติ เหตุใดเงินจึงไม่ถูกนำกลับมาจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เป็นต้นน้ำของระบบ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาทางออกอย่างเร่งด่วน ก่อนที่วิกฤตครั้งนี้จะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในภาคอีสานต้องล้มเลิกอาชีพเป็นจำนวนมาก

ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts