กองปราบฯ บุกรวบ “บอลแอนด์ทอฟฟี่” หัวจ่ายเครือข่ายสหายโพนพิสัย จนมุมคาชุมชน-โรงงานลูกชิ้น หลังสาดกระสุนใส่ตำรวจหนองคายขณะล่อซื้อคดียานรก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้ปิดฉากการหลบหนีของสองผู้ต้องหาคดีสำคัญ หลังสั่งการให้ทีมสืบสวนมือดีของกองกำกับการ 3 นำโดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. และ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. พร้อมกำลังชุดจับกุม บุกจู่โจมล็อกตัว นายปรัชญาฯ อายุ 35 ปี และ นายวีระศักดิ์ฯ อายุ 27 ปี สองเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ที่ร่วมกันก่อเหตุอุกอาจยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปิดทางหนี

คดีนี้สืลเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนวาปี ได้วางแผนส่งสายลับเข้าล่อซื้อยาเสพติดจากกลุ่ม “สหายโพนพิสัย” เครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ในพื้นที่ แต่ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มคนร้ายเกิดไหวตัวทันและชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างไม่คิดชีวิต จนเกิดการเปิดฉากยิงปะทะกันสนั่นเมือง เสียงกระสุนดังเจาะเข้าใส่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่จนพังเสียหาย โชคดีที่ไม่มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะทิ้งรถยนต์พร้อมยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในอีก 4,000 เม็ด แล้วอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล

ด้วยพฤติการณ์ที่ท้าทายกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จึงสั่งระดมกำลังนักสืบจาก บก.สส.ภ.4, บก.สส.ภ.จว.หนองคาย และ สภ.รัตนวาปี ลงพื้นที่แกะรอยล่าตัวทันที จนกระทั่งทราบว่าแก๊งยานรกที่ร่วมก่อเหตุมีทั้งหมด 3 คน คือ นายฉัตรฐพลฯ หัวหน้าขบวนการ ซึ่งคาดว่าได้เผ่นหนีข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ส่วนนายปรัชญาฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นมือยิงสาดกระสุนใส่ตำรวจ และนายวีระศักดิ์ฯ ตัวการที่ทำหน้าที่ล่อลวงเรียกให้ตำรวจเดินมาที่รถมียาบ้า ได้ตัดสินใจแยกย้ายกันหนีตายเข้ามากบดานในกรุงเทพมหานคร จึงได้ประสานข้อมูลเชิงลึกให้ทางกองปราบปรามช่วยลากคอมาดำเนินคดี

การไล่ล่าชุดสืบสวนกองปราบฯ สืบทราบพิกัดกบดาน โดยพบว่า นายปรัชญาฯ หรือมือยิง แอบมาซุกซ่อนตัวอยู่ในชุมชนแออัดย่านทุ่งครุ จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัวไว้ได้บริเวณซอยประชาอุทิศ 27 ขณะที่ นายวีระศักดิ์ฯ ปลอมตัวเป็นแรงงานต่างด้าว แฝงตัวเข้าไปทำงานในโรงงานลูกชิ้นย่านคลองสามวา เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนจะถูกตะครุบตัวได้คาผ้ากันเปื้อนภายในซอยวัดสุขใจ 4

จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายปรัชญาฯ ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้ปืนขนาด .38 ดัดแปลง ยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเกิดเหตุจริง แต่อ้างแบบข้าง ๆ คู ๆ ว่าตอนนั้นไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คิดว่าเป็นกลุ่มคู่อริ ส่วนนายวีระศักดิ์ฯ ยอมรับว่าตนเองอยู่ในเหตุการณ์ระทึกขวัญนั้นจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนลั่นไก ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายปรัชญาฯ ยังพบหมายจับในคดียาเสพติดติดตัวอยู่อีกด้วย

นอกจากนี้ การกวาดล้างเครือข่าย “สหายโพนพิสัย” ในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังสามารถขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ๆ ได้แบบยกแผง ประกอบด้วย “นายบอล โพนพิสัย” ตัวการประสานงานล่อซื้อ พร้อมของกลางยาบ้า 18,000 เม็ด ปืนสั้น 1 กระบอก, “นายป้อ เฝ้าไร่” พร้อมปืน 2 กระบอก และ “นายสงกรานต์ฯ” ที่ทำหน้าที่พาหัวหน้าแก๊งหลบหนี พร้อมของกลางยาบ้าล็อตใหญ่ถึง 80,000 เม็ด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนักร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยมีอาวุธ และร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมบันทึกการจับกุม ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เซิม จังหวัดหนองคาย รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป