อุทัยธานี- เจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำว่า 50 นายปิดล้อมหลายจุดค้นหามือฆ่าโหด “น้องน้ำหวาน”จนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเค้นหนักจนให้การรับสารภาพ พึ่งออกจากคุกมาได้ 8 เดือนในคดีข่มขืน และอีกหลายคดี

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อุทัยธานี สภ สว่างอารมณ์ สภ.ตลุกดู่ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ชุดชรบ อปพร กว่า 50นาย ได้เริ่มกระชับ ตำรวจนำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยวัย 30 กว่า ปี ห่างจุดเกิดเหตุเพียง 9 กิโลเมตร หลังพบเป็นบุคคลเป้าหมายสำคัญในคดีสังหารนักเรียนสาววัย 17 ปี ขณะที่เจ้าตัวยังคงหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดล้อมพื้นที่และเร่งติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สว่างอารมณ์ ชุดสืบสวน สภ.ตลุกดู่ พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.อุทัยธานี ได้มีการลงพื้นที่ไปยังบ้านของผู้ต้องสงสัยอีกหลายทราบชื่อ คือ นายสัมพันธ์ เรืองเขต หรือ นายเอียง อายุประมาณ 30 กว่าปี ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 15 ตำบลตลุกดู่ อ.ทัพทันจ.อุทัยธานี ซึ่งห่างจาก จุดเกิดเหตุ ประมาณ 9 กิโลเมตร

โดยทันทีที่มาถึง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อยู่ภายในบริเวณบ้านพัก จุดดังกล่าวทราบว่ามีพ่อของคนก่อเหตุอยู่ภายในบ้าน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงอยู่ระหว่างการทำงาน จึงได้มีการเชิญสื่อมวลชนออกจากพื้นที่ก่อน เนื่องจากอยู่ระหว่างในการปิดล้อม บ้านผู้ต้องสงสัย ที่เจ้าตัวยังคงมีหลบหนีออกจากบ้านพักเข้าป่าสวนยาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน
พร้อมกับผู้ใหญ่ พร้อมชุด ชรบ อปพร สนธิกรรมลังปิดล้อมจับกุมตัว ผู้ต้องสงสัยนายสัมพันธ์ เรืองเขต (หรือ นายเอียง ) ได้ในป่า จึงสอบถามว่าได้ลงมือฆ่า น้องน้ำหวานหรือเปล่า นายสัมพันธ์ ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือฆ่าน้องน้ำหวานจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมายัง สภ.ตลุกดู่ เพื่อทำการสอบสวน พร้อมกับลงบันทึกประจำวัน ก่อนนำตัวส่ง สภ.สว่างอารมณ์

ขณะที่ ตำรวจได้เชิญพ่อนายติ่ง (นามสมมติ) พ่อของนายสัมพันธ์ มา ผู้ก่อเหตุมาสอบเป็นพยาน ด้านพ่อเผย รองเท้าที่ตกในที่เกิดเหตุ เป็นของตนเองที่ลูกชายสวมใส่ ส่วนเรื่องก่อเหตุไม่ทราบ นอกจากนี้ โดยเจ้าหน้าที่ต้องคอยประคองเนื่องจากมีอายุมาก ระหว่างนั้นทีมข่าวได้สอบถามว่า ทราบหรือไม่ว่าลูกชายตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม นักเรียนชั้น ม.6 ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อน
นายติ่ง บอกว่า ในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ ลูกชายออกจากบ้านไปกินก๋วยเตี๋ยว และเมื่อกลับมาก็มีท่าทีปกติ แต่สังเกตเห็นว่าบริเวณหัวเข่ามีรอยถลอกและคราบเลือด โดยลูกชายอ้างว่าเกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม

กระทั่งช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพรองเท้าแตะมาให้ดู จึงจำได้ทันทีว่าเป็นรองเท้าของตนเองที่ลูกชายใส่ไปก่อเหตุ ส่วนกรณีที่ลูกชายเคยมีประวัติต้องโทษในคดีข่มขืน นายติ่ง ระบุว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน แต่ยอมรับว่าลูกชายมีอาการป่วยทางจิต และไม่ยอมกินยารักษา
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าที่ โรงพักสว่างอารมณ์ โดยพบว่ามีประชาชนหลายกว่า 50คน มาเฝ้ารอติดตามอยู่ที่ด้านหน้าโรงพัก หลังทราบข่าวว่ามีการ ควบคุมตัว นายสัมพันธ์ ผู้ก่อเหตุ ได้แล้วและอยู่ระหว่างนำตัวมา ซึ่งทุกคนอยู่ในความโกรธแค้น ที่ได้ทำกับ นางสาวสรัลพร หรือน้องน้ำหวาน นักเรียนชั้น ม. 6 จนเสียชีวิต

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายสัมพันธ์ ผู้ต้องสงสัย ได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือใช้อาวุธมีดแทง น.ส.สรัลพร หรือ “น้องน้ำหวาน” จนเสียชีวิต โดยอ้างว่า มีเจตนาจะข่มขืน แต่ผู้เสียชีวิตพยายามต่อสู้และขัดขืน ทำให้เกิดบาดแผลลึกบริเวณมือจากการป้องกันตัว หลายต่อมา เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สแมช ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งพบคราบดินโคลนบริเวณล้อรถ ที่ตรวจยึด ซึ่งพบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของนายสัมพันธ์ ผู้ก่อเหตุ
โดยตรวจยึดเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการก่อเหตุได้นำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สแมช ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งพบคราบดินโคลนบริเวณล้อรถ ที่ตรวจยึด ซึ่งพบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของนายสัมพันธ์ ผู้ก่อเหตุ โดยตรวจยึดเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการก่อเหตุ

คุมตัว “นายสัมพันธ์” ถึงโรงพักกลางดึก ท่ามกลางการจับตาของสื่อและชาวบ้าน ขณะที่ตำรวจระดับสูงร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง ก่อนนำตัวขึ้นห้องสอบสวนชั้น 2 เพื่อเร่งคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของ “น้องน้ำหวาน” นักเรียนหญิงวัย 17 ปี.
เวลา21.38 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายสัมพันธ์ผู้ก่อเหตุเดินทางมาถึงสภ.สว่างอารมณ์ โดยทันทันที ที่มาถึง ผู้สื่อข่าวพยามสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ เจ้าตัวไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด แต่พยักหน้ายอมรับว่าได้ก่อเหตุฆ่าน้องน้ำหวานเด็กหญิง ชั้นม. 6

โดยการสอบปากคำในครั้งนี้มี พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี ได้สอบปากคำนายสัมพันธ์ผู้ก่อเหตุ ด้วยตนเอง / จนกระทั่งต่อมาเมื่อเวลา 21:50 น. ตำรวจได้มีการควบคุมตัวนายสัมพันธ์ผู้ก่อเหตุ ไปยังห้องสอบอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณชั้นสองของสภ. สว่างอารมณ์ เพื่อสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยผู้ก่อเหตุนั้นก่อนหน้าเคยกระทำความผิดในคดีข่มขืน พรากผู้เยาว์ เสพยาเสพติดให้โทษ และพึ่งออกจากเรือนจำมาได้ไม่ถึงปี แล้วมาก่อเหตุอีก

ในระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวที่ปักหลักเฝ้ารอก็ได้พยามสอบถามตัวนายสัมพันธ์ว่า “มีอะไรจะพูดไหม ,พี่เอี้ยงชอบน้องไหม เห็นว่า ,ดัดรอน้องมานานแล้วหรอ ,อยากขอโทษไหม และสำนึกไหม เด็กมันมีอนาคต แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวไม่ตอบคำถามสื่อแต่ใด
โดยในวันพรุ้งนี้เจ้หน้าที่จะนำตัวนายสัมพันธ์ผู้ก่อเหตุ ไปค้นหาอาวุธมีด และเสื้อผ้าทีก่อเหตุ และทำแผน อีกครั้ง และจะแถลงข่าวในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง