ศรีราชา- ตำรวจนาจอมเทียน บุกรวบ “หมอดูตำราเขมร” ลวงสาวที่กำลังเครียดเรื่องความรักทำพิธีล้างอาถรรพ์ ก่อนฉวยโอกาสข่มขืน แถมหลอกโอนเงินค่าทำพิธี-เครื่องบูชามากถึง 1.7 ล้านบาท
พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผกก.สภ.นาจอมเทียน ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รอง ผกก.สส. และ ร.ต.อ.จำนงค์ สารชาติ รอง สว.สส.สภ.นาจอมเทียน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุม นายบุญญฤทธิ์ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในคดี “ฉ้อโกงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น”

โดยจับกุมตัวได้ภายในตำหนักหมอดู “บ้านหมอดูตำราเขมรโบราณ” เลขที่ 19/14 ม. 7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากที่มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาว ที่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกผู้ต้องหาใช้วาจาพูดจาหว่านล้อมสร้างความน่าเชื่อถืออ้างว่ากำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธีเปิดดวง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา ชีวิตจะยิ่งตกต่ำ ความรักจะพัง และอาจเกิดเคราะห์หนักถึงขั้นสูญเสียคนรักไปตลอดชีวิต
นอกจากนี้ยังอ้างว่าต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ครูบาอาจารย์สายเขมรเข้าช่วย จนผู้เสียหายหลงเชื่อทยอยโอนเงินค่าครู ค่าทำพิธี และค่าเครื่องบูชาหลายครั้งต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.2569 รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,700,000 บาท

ผู้เสียหาย เผยว่าก่อนหน้านี้ ตนเองตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนักจากปัญหาความรักจนเกิดความเครียดหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ กระทั่งมีผู้แนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหา ที่เปิดตัวเป็น “หมอดูตำราเขมรโบราณ” อ้างว่ามีวิชาแก่กล้า สามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้
นอกจากนั้นระหว่างทำพิธี ผู้ต้องหายังอ้างว่าจำเป็นต้องทำ “พิธีล้างอาถรรพ์ทางกาย” เพื่อเปิดดวงความรักและถอนพลังไม่ดีออกจากร่าง โดยอาศัยจังหวะดังกล่าวลวนลามและก่อเหตุข่มขืน พร้อมอ้างว่าเป็นขั้นตอนสำคัญของพิธีกรรม ซึ่งผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว สับสนจนไม่กล้าขัดขืน
” กระทั่งเวลาผ่านไปจึงเริ่มเอะใจว่าถูกหลอกจนต้อวสูญเงินจำนวนมหาศาล และถูกกระทำย่ำยีทางร่างกายและจิตใจ จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย” ผู้เสียหาย กล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อความสนทนาและพยานแวดล้อมจนพบว่า ผู้ต้องหา มีพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลวงและล่วงละเมิดทางเพศ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด
แต่นายบุญญฤทธิ์ ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเงินทั้งหมดผู้เสียหายสมัครใจมอบให้ ส่วนความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานหลายส่วนสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

.