ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “ร. 9 สู่โคก หนอง นา ร.10” เป็นทาง “ทางรอด” ท่ามกลางความยากลำบากสงครามนำทรัพยากรบนดิน-ธรรมชาติ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” เป็นพลังงาน
นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทสไทย (คยปท.) เปิดเผยว่า ครัวเรือนได้น้อมนำรับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการโคก หนอง นา ดำเนินการที่ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้บรรลุเป็นไปตามเป้าหมายด้วยดี และเป็นทางรอดที่พึ่งพาตนเองได้

ปรัชญาเศรฐกิจพอเพียง ร.9 เกษตรกรจำนวนหนึ่งได้น้อมรับนำมาปฏิบัติ และเมื่อมาถึงคราวสมัย ร.10 ได้ต่อยอดเป็นโครงการโคก หนอง นา ก็มีการน้อมนำรับดำเนินการเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในระยะเกิดโรคระบาดโควิด 19 เมื่อปี 2563 ในไทย ประชาชนจำนวนมากได้คืนกลับคืนภูมิลำเนา แล้วหันมาทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
และโคก หนอง นา ซึ่งปัจจุบันภาคเกษตรกรยังได้ดำเนินการต่อเนื่องมา และขณะนี้ประมาณ ว่าถึง 30 % จากภาพรวมเกษตรกรไทยประมาณ 60- 70 % จากพื้นที่กว่า 147 ล้านพื้นที่เกือบครึ่งประเทศของไทยโดยเฉพาะทางภาคอีสาน เป็นดันดับต้น ๆ ทั้งประเทศ

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา ทำทุกอย่างที่กินได้ ที่เหลือก็ออกขายได้ ประหยัดรายจ่ายเพิ่มรายได้ สร้างงาน สร้างรายได้”
นายทศพล กล่าวว่า ครัวเรือนตนทำโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา จำนวน 6 ไร่ มีครบเป็นอาหารรายวัน เป็นรายได้รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี มีสวนปาล์มน้ำมัน 1 ไร่ มีทำนาข้าว 1 ไร่ ผักสวนครัวรั่วกินได้ ที่เหลืออออกขาย จะมีแม่ค้าพ่อค้ามารับซื้อถึงที่

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในประเทศตะวันออกกลางซึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลมากโดยเฉพาะทางด้านพลังงานน้ำมัน ก๊าซ จนส่งผลกระทบไปทั้งโลก และสงครามจะไม่มีการสิ้นสุดในระยะนี้และหากเมื่อสิ้นสุดบรรดาอุตสาหกรรม โรงงานกลั่นน้ำมัน โรงก๊าซ ฯลฯ กว่าจะสร้างซ่อมแล้วเสร็จจะต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งจะสร้างความเสียหายมากและยืดเยื้อที่จะส่งผลกระทบในระยะยาวทุกด้าน
“จะเห็นชัดเจนใกล้ตัวเราที่สุดคือส่งผลต่อระบบกลุ่มโลจิสติกส์ โรงงานอุตสาหกรร ม กลุ่มไฟฟ้า ฯลฯ และในที่สุดราคาจะมีการปรับราคาที่สูงมากทุกตัวสินค้าราคาจะแพง เพราะอุตสาหกรรมการผลิตแปรรูปต่าง ๆ จะต้องปิดตัวลง จะเกิดการว่างงาน และสินค้าจะขาด อาหารการกินจะเกิดขาดแคลน

“แต่ภาคเกษตรกรมีกว่าครึ่งประเทศที่สามารถจะผลิตอาหารการกิน ฯลฯ และจะเกิดการทำงาน เกิดการสร้างรายได้ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา จะมีกินมีใช้ที่พอเพียง ที่ผ่านมากลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา จะไม่ประสบกับอดยาก พอจะมีกินมีใช้ เผชิญกับเหตุการณ์จริง ภัยแล้ง น้ำท่วมภาคใต้ใหญ่ทุกปี สำหรับในครัวเรือนตนที่ทำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะสามารถรอดพ้นได้ และยังมีรายได้ แถมยังมีอาหารได้แจกจ่ายผู้ประสบเคราะห์ภัยน้ำท่วมด้วย”
นายทศพล กล่าวว่า ต่างประเทศได้ให้เชิดชูปรัชญาเศรษฐพิจพอเพียงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศเกาหลีเหนือ ประเทศรัสเซีย โดยทั้ง 2 ประเทศทั้งรัสเซีย และโดยพาะเกาหลีเหนือที่ถูกคว่ำบาตรจนเกิดภาวะยากจนหนัก โดยเฉพาะครัวเรือนที่ยากจนสุด ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำไปปฎิบัติใช้ สามารถรอดพ้นได้ จนเกิดกระแสดำเนินการไปทั่วประเทศขจนถึงขณะนี้ จนประเทศเหาหลีเหนือกลับเป็นประเทศที่มีศักยภาพทุกด้านในขณะนี้ แม้ว่าจะถูกคว่ำบาตรก็ตาม

นายทศพล ยังกล่าวอีกว่า และท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติทางด้านพลังงานโลกที่ยังไม่มีความแน่นอนสูงมาก ประชาชนไทยจะต้องตื่นตัวรับมือได้แล้วและเตรียมความพร้อม และที่สำคัญสูงสุดเป็นทางรอด คือจะต้องน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินการ
“ต้องนำทรัพยากรบนดินมาเป็นพลังงงาน ซึ่ง ร.9 ได้มีพระราชดำริพลังงานวางเรื่องไบอดีเซล เช่น B5 B7 เมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมาจากปาล์มน้ำมัน และสมัยนั้นตนได้รถยนต์คันแรกก็ได้เติมน้ำมัน B7 ใช้ และถัดมาก็พัฒนาต่อยอดทำเป็น B20 B100 ซึ่งมีศักยภาพที่สามารถนำมาใช้กับโลจิสติกส์ได้”

นายทศพล กล่าวอีกว่า นอก ไทยยังมีทรัพยากรน้ำมันบนดินนอกจากปาล์มน้ำมัน คือ อ้อย มันสำปะหลัง มะพร้าว และในข้าว ยังสามารถแปรรูปเป็นเอทานอล เป็นก๊าซโซฮอลล์ และเบนซิน
“ที่ผ่านมา ทั้งปาล์มน้ำมันที่มีกว่า 6 ล้านไร่ อ้อย กว่า 11 ล้านไร่ มันสำปะหลัง กว่า 27 ล้านตัน ข้าว 31 – 32 ล้านตัน และมะพร้าว ฯลฯ แต่ปัจจุบันไม่ทราบตัวเลขแน่ชัด และต้องระงับการส่งออกสำหรับที่ต้องการปริมาณมาก ทั้งนี้สามารถดำเนินการได้หากเหลือจากการบริโภคภายในประเทศ ก็สามารถนำมาแปรรูปได้ก็จะไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มาก และที่สำคัญจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ และได้ขยายอาชีพได้มากขึ้นเพราะยังสามารถขยายพื้นที่ได้ จะแก้เรื่องพลังงานได้ในระดับหนึ่ง” นายทศพล กล่าว

นอกจากนี้นายทศพล ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ยังมีพลังงานธรรมชาติความร้อน ลม และน้ำ สามารถจะสร้างพลังงานไฟฟ้าได้ทดแทนการใช้น้ำมัน และก๊าซ โดยเฉพาะพลังงานน้ำหลายแห่งก็ยังไม่ได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เรามีทั้งน้ำมันบนดิน มีทั้งพลังงานธรรมชาติ ความร้อน ลม น้ำ ที่สามารถนำมาใช้ได้ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ไม่มีความแน่นอนสูง จะต้องน้อมนำปรัชญเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา ของ ร.9 ร.10 จะเป็นทางรอดกับวิกฤติ”
นายทศพล กล่าวอีกว่า ในกลุ่มและเครือข่าย คยปท.ปรัชญาเศรฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา ได้ทำมาก่อนแล้วจำนวนหนึ่ง และต่างรอพ้นทุกวิกฤติที่เกิดขึ้น เช่นทุกปีที่ผ่านมาจะถูกอุกทกภัยน้ำท่วมใหญ่มาหลายครั้ง สามารถรอดพ้นได้และยังได้เอื้ออำนวยต่อเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ด้วย และยังเหลือขายได้

นายทศพล กล่าวว่า ในกลุ่มและเครือข่าย คยปท.จะมีแทบทุกสาขาอาชีพซึ่งจะประกอบด้วยกลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มภูมิปัญญาชาวบ้าน และกลุ่มนักวิชการแขนงต่าง ๆ จะมีการปรึกษาหารือและประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้พร้อมถอดบทเรียนร่วมกันแล้วนำมาปฏิบัติ ซึ่งจะประสบผลดีตามบริบทและจะเป็นการพึ่งพาตนเองได้ ท่ามกลางความยากลำบากของความไม่แน่นอนทั้งจากภายในและภายนอก
“จึงขอส่งสัญญาณไปว่า สถานการณ์สงครามหนนี้ยังไม่มีความแน่นอนสูง และจะมีความเสี่ยงสูงกับประเทศ แต่มีทางอาชีพ ต้องหันหน้าเข้าหลักอาชีพโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการโคก หนอง นา”