สืบภาค 2 ตามรวบหนุ่มรง.ยื่นข้อความขู่พนง.แบงก์ชิงเงิน 6 แสน

ชลบุรี-สืบภาค2 จับทันควัน หนุ่มโรงงานบุกเดี่ยวปล้นแบงก์ ยื่นข้อความขู่พนักงาน ชิงเงิน6แสน เจ้าตัวสารภาพทำจริง เพราะมีหนี้สิน เผยตระเวนดูลาดเลา 4 ธนาคาร

จากกรณีเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านเก่า ม.3 ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยคนร้าย ทำทีเข้ามากดกดบัตรคิวเข้าใช้บริการตามปกติ เมื่อพบพนักงานธนาคาร ได้ยื่นสมุดบัญชีพร้อมแนบข้อความข่มขู่ว่า “ห้ามคุยกับใคร ในกระเป๋ามีปืนทำตัวปกติ เอาเงินมา 4 ล้าน ถ้าพูดคุยกับใครมีคนตาย ซึ่งคุณเป็นคนแรก เอามาวางบนโต๊ะ” ขณะนั้นพนักงานเกิดความกลัว จึงยอมนำเงินในลิ้นชักให้กับคนร้ายไป 600,000 บาท

คนร้ายได้นำเงินใส่กระเป๋าสะพายเดินออกจากธนาคาร แล้วขี่รถจยยใหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อ เวลาประมาณ 14.27 น. วันที่ 12 พ.ย.2564 ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี และ สภ.พานทอง สืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 13 พ.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้ศึก ผกก.สส.บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.ประจักษ์พงษ์ สุริยา รอง ผกก.สส.บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.สุวัฒน์ บริรักษ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.เอกกร วรรณทอง พ.ต.ต.อสวรรธน์ ศิระเวรินทร์ สว.กก.สส.บก.สส.ภ.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 และพ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ทล. สามารถจับกุมตัวคนร้านเอาไว้ได้

ทราบชื่อคือนายสุริยา หรือยา อายุ 31 ปี พร้อมด้วยของกลาง เงินสดที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ 595,000 บาท, อาวุธปืน(ปลอม) สีดำ 1 กระบอก โดยจับกุมได้บนรถยนต์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพ – เชียงใหม่ หน้าปั้ม ปตท. ถ.สายเอเชีย ต.ท่าโฉนด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 12 พ.ย.2564 พร้อมแจ้งข้อหา โดยกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า สำหรับนายสุริยา ทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปที่โรงงานและบ้านพักแต่ไม่พบตัว ตรวจสอบจนทราบว่า นายสุริยาได้นำเงินสดที่ได้จากการชิงทรัพย์หลบหนี ไปพร้อมอาวุธปืน และจากการไล่กล้องวงจรปิด จนพบว่าผู้ต้องหาขึ้นรถตู้โดยสารไปที่กรุงเทพฯ แล้วต่อขึ้นรถยนต์โดยสารจากขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่จึงติดตามผู้ต้องหาไปอย่างกระชันชิด และเกรงว่าผู้ต้องหาอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน และผู้คนสัญจรรถโดยสารประจำทางทั่วไปเนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว และเพิ่งก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารหลบหนี จึงได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง กก.1 บก.ทล.ในเส้นทางที่ผู้ต้องหามุ่งหน้าหลบหนีให้ช่วยกันสกัดจับ จนสามารถติดตามไปพบตัวนายสุริยา ขณะอยู่บนรถโดยสารดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุริยา ให้การรับว่า เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง เพราะมีหนี้บัตรเครดิต บ้าน รถ จำนองที่นา มีหนี้สินจำนวนกว่า 3 ล้านบาท วางแผนก่อเหตุมาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.2564 โดยผู้ต้องหาไปดูลาดราวธนาคารมาก่อนหน้าแล้ว 4 แห่งก่อนลงมือก่อเหตุ ส่วนข้อความที่เขียนยื่นให้พนักงานนั้นเพราะไม่อยากให้คนมาใช้บริการธนาคารแตกตื่น

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่า คดีนี้เป็นคดีอุกอาจ คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารโดยมีอาวุธปืนซึ่งภายในมีประชาชนหลายคนกำลังใช้บริการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนหาตัวคนร้ายได้รวดเร็ว จากกล้องวงจรปิดตามโครงการ สมารท์ เซฟตี้โซน 4.0 ( smart safety zone 4.0 ) เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 จึงจัดกำลังตำรวจ บก.สส.ภ.2 จำนวนหลายชุดออกติดตามคนร้าย

พร้อมบูรณาการตำรวจทางหลวงเนื่องจากคนร้ายมีพฤติกรรมเป็นอันตรายแก่ประชาชน และผู้คนสัญจรรถโดยสารประจำทางทั่วไปเพราะคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว และเพิ่งก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารหลบหนี

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409