ทหารพรานกลับจากชายแดนใต้ รัวยิงพ่อเลี้ยง 5 นัด ดับคาบ้าน

ชุมพร-ทหารพรานกลับจากชายแดนใต้ รัวยิงพ่อเลี้ยง 5 นัด ดับคาบ้าน ก่อนขับรถหลบหนี ตำรวจไล่สกัดจับได้ขณะข้ามอำเภอจับกุมได้ ปมเหตุไม่ชอบพ่อเลี้ยงเข้ามาอยู่บ้านเดียวกับแม่ ขณะที่แม่เผย ก่อนหน้าลูกซื้อมาลัยดอกไม้มากราบขอขมา ยังงงอยู่ ทั้งคู่ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรกัน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 พ.ย. 2564 ร.ต.อ.บรรจบ กุมวิมล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 107/2 ตำบลบ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.ท.สมภพ เชื้อทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ชนะภัย บุญนาค สวป. ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว อยู่ริมถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน พื้นที่ใกล้เขตติดต่อกับ จ.ระนอง ภายในบ้านใกล้กับประตูทางเข้า พบศพทราบชื่อคือ นายนิรัช ปัจฉิมมา อายุ 37 ปี สภาพศพไม่ใส่เสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นลายขาวดำ นอนหงายอยู่บนกองเลือด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่แก้มซ้าย 1 นัด ลำตัว 2 นัด ขาซ้าย 1 นัด และขาขวา 1 นัด รวม 5 นัด ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 5 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่สอบถาม นางกาญจนา ขุนภิรมย์ อายุ 50 ปี ภรรยาผู้ตาย ในสภาพมือเท้าเปื้อนเลือด ให้การเบื้องต้นว่า คนร้ายที่ลงมือยิงนายนิรัช สามีตน ไม่ใช่ใครที่ไหน คือลูกชายแท้ๆ ของตนชื่อว่า นายชนม์ชนก ฤตชนม์ อายุ 32 ปี เป็นทหารพรานปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนใต้ และเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ตอนครึ่ง สีขาว ไม่ติดแผ่นป้านทะเบียน หลบหนีไปแล้ว

นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ลูกชายตนเป็นทหารพรานอยู่ชายแดนใต้ประมาณ 7-8 ปี แล้ว นานๆ จะกลับบ้าน ส่วนผู้ตายเพิ่งจะมาอยู่กินกับตนได้ 8 เดือน ทุกครั้งที่ลูกชายตนกลับบ้าน ก็เห็นลูกชายพูดคุยกันด้วยดีกับพ่อเลี้ยง แต่ลูกชายตนจะเรียกพ่อเลี้ยงว่า “บ่าว” ทางใต้ความหมายคือพี่ชายนั่นเอง ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายลากลับบ้านจากชายแดนใต้เมื่อสองวันที่ผ่านมา โดยลูกไปนอนพักที่โรงแรมในตัวเมืองชุมพรและบ้านแฟนสาว

นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ตอนเช้าตนได้พาผู้ตายไปฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลท่าแซะ ช่วงบ่ายก็กลับบ้าน และมาพบลูกชายซึ่งมาหาที่บ้าน แต่ลูกชายมีอาการแปลกๆ ได้ซื้อมาลัยดอกไม้มาให้ตน แล้วบอกว่าจะเอามากราบขอขมาแม่ และเห็นมือไม้ลูกชายสั่นๆ ตนก็ถามกลับไปว่ายังไม่ได้กลับแล้วเอาดอกไม้มาขอขมาทำไม แต่ลูกชายก็ไม่พูดอะไร จากนั้นลูกชายได้ชวนตนไปกินอาหารและก๋วยเตี๋ยวท้าพิสูจน์ในตัวเมืองชุมพร โดยตนได้พาสามีคือพ่อเลี้ยง และหลานไปด้วย ลูกชายตนก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร และยังจ่ายเงิน 500 บาทเลี้ยงด้วย

นางกาญจนา กล่าวอีกว่า เมื่อกลับมาจากกินอาหารในตัวเมืองชุมพร ลูกชายก็ขับรถยนต์เข้ามาจอดข้างบ้าน แล้วยกต้นไม้ในกระบะหลังลง ส่วนสามีตนเดินเข้าไปเปลี่ยนผ้าในบ้าน และตนเดินเข้าไปในสวนข้างบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังรัวถี่ยิบ เมื่อตนวิ่งมาดูพบว่าสามีตนถูกลูกชายยิงล้มลงกองกับพื้นปูนในบ้านแล้ว ตนเข้าไปกอดสามีและถามลูกชายว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ลูกชายตนก็บอกว่า แม่อย่าแจ้งความนะ แล้วลูกชายก็ขับรถยนต์หลบหนีไป หลังจากนั้นตนก็โทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจดังกล่าว

ขณะที่ นางภาวิณี ปัจฉิมมา อายุ 59 ปี แม่ของนายนิรัช ปัจฉิมมา ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาจาก อ.ท่าแซะ มาดูศพลูกชาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าลูกชายไปฉีดวัคซีนโควิดที่โรงพยาบาลท่าแซะ และยังมาหาตนที่บ้าน จากนั้นไม่นานมีเสียงคล้ายลูกเลี้ยงโทรมาหาเรียกชื่อว่า “บ่าวๆ” ให้กลับมาบ้านด่วน แล้วลูกชายตนก็รีบกลับไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ จากนั้นผ่านไปราว 2 ชั่วโมง ก็มีคนโทรมาแจ้งว่าลูกชายตนถูกยิงตายแล้ว ในช่วง 7-8 เดือนที่ลูกชายมาอยู่กับเมียคนนี้ ตนรู้สึกไม่ดีเลย เพราะลูกมีปัญหา และกลับมาบ้านหลายครั้ง แต่ลูกชายไม่เคยบอกว่ามีปัญหาอะไรกัน ตนก็แค่บอกลูกชายว่ายังไงก็ขอให้กลับมาบ้านเรา เพราะมีสวนทุเรียน มีสวนยางพารา ฐานะไม่ได้ลำบากอะไรเลย จนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ด้าน นางสาวชญนิษา ปัจฉิมมา อายุ 40 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า น้องชายตนเลิกกับภรรยาเก่าที่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 9 ขวบ แล้วหนีมาอยู่กับเมียใหม่คนนี้ซึ่งเป็นแม่ม่าย ช่วง 8 เดือน น้องชายตนโทรมาปรึกษาปัญหาตลอดว่ามีปัญหากับภรรยาใหม่ และกลับมาอยู่บ้านที่ อ.ท่าแซะ หลายครั้ง แต่ภรรยาใหม่ก็โทรมาง้อจนน้องชายใจอ่อนกลับไปหาทุกครั้ง และเท่าที่ทราบผู้ก่อเหตุไม่อยากมีพ่อเลี้ยง ไม่ต้องการให้แม่มีสามีใหม่ จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจดชุดสืบสวนเมืองชุมพรพร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ 191 และตำรวจจราจร สภ.สวี จ.ชุมพร นำกำลังร่วมกันสกัดจับกุมตัว นายชนม์ชนก ฤตชนม์ อายุ 32 ปี ได้บนถนนสาย 4003 มุ่งหน้าเข้าอำเภอสวี ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 ประมาณ 100 เมตร และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 กิโลเมตร ตรวจค้นภายในรถพบอาวุธปืนชนิดแมกกาซีน ขนาด 9 มม. สีดำ 1 กระบอก วางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ ภายในแมกกาซีนบรรจุกระสุนอยู่ 5 นัด ที่นั่งผู้โดยสารเบาะหลังมีเสื้อทหารพราน ระบุหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 45 วางอยู่ 1 ตัว และบนที่วางเท้าพบแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข บร 5004 ชุมพร จำนวน 2 แผ่น วางอยู่ที่พักเท้าหลังคนขับ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

นายชนม์ชนก บอกว่า ตนเองเป็นทหารพรานอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสได้ลาพัก 10 วัน หลังจากก่อเหตุยิงพ่อเลี้ยงได้ขับรถยนต์หลบหนีมุ่งหน้าลงใต้บนถนนเอเซีย 41 จนมาถูกสกัดจับได้ดังกล่าว ส่วนสาเหตุนายชนม์ชนกบอกว่า เนื่องจากแม่ได้ออกจากคุกและได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว และบ้านตรงข้ามได้มั่วสุมเสพยาเสพติด แจ้งเพื่อนให้เข้าไปจับแล้วไม่มีผลอะไร ก็ยังมั่วสุมกันอยู่จึงก่อเหตุยิงดังกล่าว และพูดจาแบบวกวนเหมือนคนเลอะเลือน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเมืองชุมพรได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409