ปคบ.บุกทลายเครือข่ายแก๊งรพ.เอกชนลักลอบขายยา“ฟาเวียร์”ผ่านออนไลน์

ปคบ.บุกจับแก๊งเครือข่าย ผจก.รพ.แห่งหนึ่ง ลักลอบนำยา “ฟาเวียร์”ขององค์การเภสัชฯ ไปขายทางออนไลน์ พร้อมยึดยาฟาเวียร์ของกลาง จำนวน 390 กล่อง โดยตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน กทม.สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ทั้งหมด 8 จุด

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เดินทางมาแถลงผลงาน กก.4 บก.ปคบ.ด้วยตนเอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ ภก.กิตติ ระหงษ์ ผู้อำนวยการกองการขายภาคเอกชน ฝ่ายการตลาดและการขาย องค์การเภสัชกรรม ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายผู้ต้องหา 9 ราย ลักลอบจำหน่ายยาฟาวิพิราเวียร์ ยี่ห้อฟาเวียร์ ทางสื่อออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยึดยาฟาเวียร์ของกลาง จำนวน 390 กล่อง โดยตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน กทม.สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ทั้งหมด 8 จุด

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตำรวจ บก.ปคบ. ตรวจสอบพบการลักลอบจำหน่ายยาดังกล่าว ทางสื่อออนไลน์ จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. สืบสวนเส้นทางการลักลอบจำหน่าย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ต่อมา วันที่ 26 ต.ค. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่อยู่ในกระบวนการลักลอบจำหน่ายยาฟาเวียร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 9 ราย ตรวจยึดยาฟาเวียร์ได้จำนวน 390 กล่อง

ด้าน พ.ต.อ.เนติ เผยอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่ายาดังกล่าวมาจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง สั่งซื้อในนามโรงพยาบาลจากองค์การเภสัชกรรม โดยมีผู้จัดการทั่วไปของโรงพยาบาลทำหน้าที่ตัดสต๊อกยานำออกมาปล่อยขายให้พ่อค้ารายย่อยเพื่อหากำไร โดยมีราคาต้นทุนอยู่ที่ กล่องละ 1,600 บาท แต่เมื่อนำมาจำหน่ายทางสื่อออนไลน์สามารถจำหน่ายได้ในราคาถึงกล่องละ 4,000-8,000 บาท และทำเป็นขบวนการ ซี่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนทาง ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ยี่ห้อฟาเวียร์ ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากต้องติดตามอาการข้างเคียงและผลการรักษาระหว่างการใช้ยา โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงจากผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้มีโรคประจำตัวต่างๆ จึงไม่สามารถจำหน่ายให้กับประชาชนตามช่องทางทั่วไปได้ ส่วนยาของกลางที่จับกุมได้นั้นจะต้องตรวจสอบบัญชีว่ามีการสวมสิทธิ์ชื่อคนป่วยหรือวิธีการอื่นใดเพื่อนำมาออกจำหน่ายทางออนไลน์ได้ และต้องขยายผลสอบสวนเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้เคยนำออกมาแล้วจำนวนมากน้อยเพียงใดต่อไป

“ปัจจุบันเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาในระบบที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้จะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์อย่างทั่วถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขอย้ำว่า อย่าซื้อยาทางสื่อออนไลน์มารับประทานเองโดยเด็ดขาด การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ง่าย ส่งผลให้ใช้ยาไม่ได้ผลเมื่อเกิดการติดเชื้อ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด”

เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.2537 ฐาน “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รพ.ที่ผู้จัดการทั่วไปสั่งซื้อยาฟาเวียร์ จากองค์การเภสัช ก่อนนำออกไปจำหน่ายผ่านออนไลน์ คือ รพ.ชื่อดังย่านลาซาล บางนา

 

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409