ตำรวจไซเบอร์จับมือเอไอเอสบุกตรวจ ค้น 8 จุดเป้าหมายทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลางกรุง ยึดกล่อง IP PBX เครื่องส่งสัญญาณ 43 เครื่อง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 ก.ค. 65 พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกันแถลงข่าวกรณีจับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ได้โทรศัพท์หลอกลวงข่มขู่ให้ผู้เสียหายโอนเงิน หลังเปิดยุทธการดินแดง บางนา internet protocal ปิดล้อมตรวจค้น 8 จุด ในพื้นที่เขตบางนา ห้วยขวาง และลาดพร้าว
พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ โทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่าผู้เสียหายมีใบสั่งค้างชำระค่าปรับจราจร แจ้งว่าส่งพัสดุที่ผิดกฎหมาย ต้องทำการโอนเงินไปชำระ หรือต้องโอนเงินไปตรวจสอบแล้วแต่กรณี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนไปให้มิจฉาชีพ ต่อมาทราบว่าถูกหลอกลวงจึงดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ และได้ทำการร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center ต่อมา บช.สอท. ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์พบว่า กรณีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงเชื่อมกันกับผู้เสียหายอีกหลายราย เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนสอบสวน รวมถึงประสานงานกับฝ่ายเทคนิคผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายใช้หาเบาะแสเพิ่มเติม กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายสุรชาติ แซ่โจ จึงได้ทำการขอศาลออกหมายจับ
ผบช.สอท.กล่าวว่า กระทั่งวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเข้าตรวจค้นสถานที่ต่างๆ ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมนายสุรชาติ แซ่โจ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนได้ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ภายในซอยบางนาตราด 21 แขวงและเขตบางนา โดยขณะตรวจค้นยังพบผู้ต้องสงสัยอีก 4 ราย และตรวจยึดของกลางเครื่องสัญญาณ IP PBX จำนวน 43 เครื่อง เครื่องส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย (wireless router) จำนวน 30 เครื่อง และของกลางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ เช่น สมุดบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ นำตัวผู้ต้องหา และของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.สอท.ดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป