น้ำท่วมในเมืองชัยภูมิยังทรงตัวรอบนอกต้องอาศัยพื้นถนนเป็นที่หลับนอน

ชัยภูมิ-น้ำท่วมตัวเมืองชัยภูมิ ยังคงทรงตัวตามพื้นที่ลุ่ม ระดับน้ำท่วมสูง 10 ถึง 20 เซนติเมตร ยังต้องเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทุกมุมเมืองกว่า 20 เครื่องระบายน้ำออกจากตัวเมืองตลอดเวลา มวลน้ำมหาศาลล้นตลิ่งแม่น้ำชี ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และท่วมบ้านเรือนใน 3 ตำบล อ.เมืองชัยภูมิ ถูกน้ำท่วมระลอก 2 ในปีนี้ เข้าออกหมู่บ้านลำบาก บ้านชั้นเดียวน้ำท่วมไม่สามารถใช้เป็นที่พักอาศัยหลับนอนได้ หลายครอบครัวต้องนำลูกหลาน ออกมาอาศัยบริเวณพื้นถนน เส้นทางเข้าบ้านที่น้ำท่วมไม่ถึงเป็นที่หลับนอนมา 3 คืนแล้ว น้ำท่วมสูงปิดทางเข้าออกหมู่บ้านทั้งหมด การสัญจรเข้าออกหมู่บ้านลำบาก หรือใช้เรือเข้าออกหมู่บ้านเท่านั้น

เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากที่มวลน้ำจากพายุคมปาซุ ซัดถล่ม จ.ชัยภูมิ จนทำให้ฝนตกในหลายพื้นที่ในจังหวัดชัยภูมิ ทำให้น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ รวมทั้งเขื่อนลำประทาวทั้งเขื่อนบน และเขื่อนล่าง ได้ล้นออกทางระบายน้ำสูงอยู่ประมาณ 20 เซนติเมตร ไหลลงสู่ลำประทาวต่อเนื่อง ไหลเข้าพื้นที่ในเทศบาลเมืองชัยภูมิต่อเนื่อง น้ำที่ท่วมตามถนนสายต่าง ๆ ในเมืองชัยภูมิ บริเวณ 4 แยกโรงเลื่อยเก่า สามแยกวัดชัยประสิทธิ์ สี่แยกหนองบ่อ มีระดับน้ำท่วมทรงตัว 10 ถึง 20 เซนติเมตร ต้องเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่า 20 เครื่อง สูบน้ำระบายน้ำออกจากตัวเมืองต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้น้ำที่ผุดมาจากท่อระบายน้ำเอ่อท่วมสูงในย่านเศรษฐกิจเมืองชัยภูมิอีก น้ำที่สูบออกจากตัวเมืองชัยภูมิ ได้ไหลรวมกับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำชี เขต ต.บ้านค่าย ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประขาขน ในพื้นที่ 3 ตำบล ทั้ง ต.บ้านค่าย ต.หนองนาแซง และ ต.บุ่งคล้า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนชาวบ้านเป็นระลอกที่ 2 ในปีนี้ โดยน้ำท่วมครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2564 ส่วนในระลอกที่ 2 น้ำได้ท่วมพื้นที่ 3 ตำบล มาแล้ว 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดมีพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 3 หมื่นไร่ มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมชั้นล่างตัวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมเสียหายหนักสุด ที่บ้านห้วยหลัว-บ้านโนนหว้านไพร-บ้านเสี้ยวน้อย-บ้านปึกคงคา มวลน้ำท่วมสูงปิดทางเข้าออกหมู่บ้านทั้งหมด การสัญจรไปมา เข้าออกหมู่บ้านลำบาก และยังพบกับชาวบ้านหลายครอบครัว ต่างพากันต้องอพยพ หนีน้ำออกมานอนข้างถนน เพราะบ้านที่พักอาศัย เป็นบ้านชั้นเดียว น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ในบริเวรบ้านมีน้ำท่วมสูงไม่สามารถ เข้าพักอาศัยและใช้เป็นสถานที่หลับนอนไม่ได้

เบื้องต้นจากการสอบถาม นางนาฏ โชคศิริ อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 120 ม. 7 บ้านห้วยหลัว ต.หนองนาแซง อำเภอเมืองชัยภูมิ เผยว่าทำไมถึงต้องออกมานอนข้างถนนเพราะในตัวบ้านมีน้ำท่วมสูง ไม่สามารถใช้เป็นที่พักอาศัย หลับนอนได้ จึงต้องพา ลูก และหลาน ออกมานอนข้างนอก ใช้บริเวณพื้นถนนทางเข้าบ้าน เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวจนกว่าจะลดแห้งลงเข้าสู่ภาวะปกติ จึงจะกลับเข้าไปพักอาศัยในตัวบ้าน โดยให้หลานนอนในรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง และกางมุ้งให้ ส่วนผู้ใหญ่ ก็ปูเสื่อนอนกับพื้นถนน และบ้างครั้งก็นอนบนโต๊ะ ส่วนเรื่องอาหารที่ได้กินในแต่ละวัน

ขณะนี้ได้บะหมี่สำเร็จรูป และปลา กระป๋อง ที่กาชาดจังหวัด นำมาให้เมื่อน้ำท่วมครั้งก่อนหรือครั้งแรก แต่ก็ใกล้จนหมดแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งต้องการมากคือน้ำดื่ม และนมกล่อง เพื่อให้หลานได้กิน เพราะตอนนี้ลำบากมาก ซึ่งน้ำท่วมครั้งที่แล้วหนักมาก สิ่งของภายในบ้านเสียหายหมดทั้งหลัง และพึ่งทำความสะอาดบ้าน เก็บของเสร็จ เข้าอยู่บ้าน ไม่ถึงอาทิตย์ น้ำก็มาท่วมอีกรอบ จึงต้องออกมานอนแบบนี้อีก จะให้ไปนอนที่อื่นก็ไม่อยากไปเพราะเป็นห่วงบ้าน

ส่วนบริเวณบ้านใกล้เคียงทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาดเหมือนกัน เนื่องจากรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ โดยเฉพาะบ้านห้วยหลัว บ้านโนนหว่านไพร และบ้านโนนดู่ ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ น้ำท่วมถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้านมีระดับท่วมสูงกว่า 1 เมตร ต้องใช้เรือเข้าออกหมู่บ้าน หรือใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าออกหมู่บ้านเท่านั้นอีกด้วย

มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409