แพร่-ผู้ต้องหายิงถล่ม ผญบ.-กก.หมู่บ้านดับ 3 ศพ สารภาพแค้นสะสม ลงมือเพราะถูกกดดัน
จากกรณีพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด 3 ศพ เป็นชาย 2 หญิง 1 ทราบชื่อนายเสธนีย์ (สงวนนามสกุล) ผญบ.ใน ต.เหมืองหม้อ สภาพถูกยิงล้มขาขาข้างขวายังพาดเก้าอี้ รายที่ 2 นายชลอ (สงวนนามสกุล) กรรมการกองทุนหมู่บ้าน และรายที่ 3 นางแสงทอง (สงวนนามสกุล) กรรมการกองทุนหมู่บ้านถูกยิงทีศีรษะ ส่วนผู้ก่อเหตุ คือนายพิทักษ์ชัย (สงวนนามสกุล) โดยขณะที่ กรรมการหมู่บ้านประชุมกัน นายพิทักษ์ชัย ได้ขี่รถจยย มาดูลาดเลาเมื่อเห็นว่าบุคคลเป้าหมายขัดแย้งกับตน มาครบ ได้เดินเข้ามาพร้อมยกมือไหว้แล้วบอกว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้อยู่เฉยๆจากนั้นชักปืน .38 ยิงศีรษะผู้ใหญ่บ้านเป็นรายแรก เรียงตัว ครบ 3 ศพ หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจยย.สวมหมวกกันน็อกหลบหนีไป จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่สำนักงานอัยการจังหวัดแพร่
ล่าสุด พ.ต.อ.วรพล พลมณี ผู้กำกับการสภ.เมืองแพร่ กล่าวถึงความคืบหน้า หลังสอบปากคำผู้ต้องหาที่ก่อเหตุว่า มูลเหตุที่ทำลงไปเนื่องจากเป็นความแค้นสะสมหลายเรื่อง และแต่ละคนนั้น สะสมมาคนละเรื่องเริ่มจากนายเสธนีย์ มีปัญหากันมาหลายเรื่องราว โดยผู้ใหญ่บ้านไม่ชอบหน้าผู้ต้องหา และไม่ยอมรับในการให้เป็นลูกบ้าน ประกอบกับผู้ต้องหานั้น เป็นคนต่างถิ่นคือจังหวัดสิงห์บุรี มีภรรยาเป็นคนในหมู่บ้าน และ ได้ย้ายมาอยู่ที่แพร่ 5 ปีแล้ว จึงอยากให้ชาวบ้าน และคณะกรรมการได้มองเห็นความสำคัญของตนเองที่ตั้งใจทำโครงการต่างๆ ผู้ต้องหาก็เป็นชุด ชรบ. ชุดรักษษความปลอดภัยหมู่บ้านด้วยแต่ไม่มีใครยอมรับมากนัก ในส่วนของการสังหารนายชะลอ เนื่องจากเป็นหัวหน้าชุด ชรบ. หมู่บ้าน และ ผู้ต้องหา เป็นสมาชิก นายชะลอ ไม่ยอมตัดชุด ชรบ.ให้กับผู้ต้องหาทั้งที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่คนหนึ่ง และเกิดมีปากเสียงกัน บ่อยครั้ง ทำให้เกิดเป็นความแค้นสะสม ในส่วนของนางแสงทอง นั้นมีคดีกัน โดยผู้ต้องหาได้แจ้งความเอาผิดนางแสงทอง ข้อหาหมิ่นประมาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำเรื่องส่งฟ้องไปยังอัยการจังหวัดแพร่ แต่อัยการจังหวัดเจ้าของเรื่องไม่สั่งฟ้อง ทำให้เกิดความแค้นทั้งที่เป็นผู้เสียหาย จึงลงมือสังหารหมู่ 3 ศพ
โดยหลังก่อเหตุแล้ว นายพิทักษ์ชัย ได้พกอาวุธปืน และระเบิด 1 ลูก ไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดแพร่ เพื่อสอบถามอัยการว่าทำไมไม่ฟ้อง และจะไปมอบตัว ที่สำนักงานอัยการหลังก่อเหตุ เพราะเกรงว่าถ้าหลบหนี หรืออย่างไร จะโดนจับตาย ส่วนสาเหตุที่นำระเบิดกับปืน ไปด้วยนั้น ผู้ต้องหาบอกว่า เอาไว้ป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม คดีนี้ผู้ต้องหารับสารภาพ และ คงดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยแจ้งข้อหา 3 ข้อหาคือ พรบ.อาวุธปืน พรบ.ระเบิด และ ฆ่าคนโดยเจตนา
ขณะที่จังหวัดแพร่เอง ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในสถานที่ราชการเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะศาลากลางจังหวัดแพร่ นายวาทิต ปัญญาคม ปลัดจังหวัดแพร่กล่าวว่า ตามปกติ ก็มีการเข้มงวด และ รักษาความปลอดภัย ตลอด24 ชั่วโมงอยู่แล้ว เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ต้องประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผลการสรุปคดีเป็นอย่างไร และในเรื่องความเข้มงวด หากมีมาตรการเพิ่ม ก็คงจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยเช่นกัน แต่ในการรักษาความปลอดภัยเรามีตลอด 24 ชม อยู่แล้ว ปลัดจังหวัดกล่าว