มหาสารคาม-เกิดเหตุสยอง ยายกับหลานสาวถูกฆ่านอนตายคาบ้าน สาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาปมฆาตกรรม
วันนี้(2พ.ค.)พ.ต.ท คำพอง ดังก้อง สารวัตรสอบสวน สภ นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม รับแจ้งเกิดเหตุฆ่ากันตายที่บ้านหนองคลอง หมู่7 ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร
ถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้น กำลังก่อสร้างใหม่ บ้านเลขที่ 14/2 บ้านหนองคลอง หมู่7 ต.นาข่า บริเวณชั้น2 พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นางทองคูณ ปติโยเก 75 ปี สวมเสื้อสีฟ้าลายดอก ผ้าถุงสีฟ้า นอนเสียชีวิตในท่านอนหงายบนที่นอนอยู่มุมห้องหน้าทีวี มีรอยช้ำตามใบหน้า และมีเลือดออก ข้างกันพบศพนางสาว ทรรศนี พันธ์ทอง หรือน้องหยก อายุ19 ปี สวมกางเกงขาสั้น และสวมเสื้อยืดสีน้ำตาล มีผ้าห่มคลุมร่างกาย สภาพศพ มีรอยช้ำตามใบหน้าบวมมีเลือดออก ขมับขวามีแผล บริเวณรอบห้องมีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย
จากการสอบถามนางตุลา ราหา เพื่อนบ้าน เล่าว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาแม่ของผู้ตายได้โทรเรียกหลานให้ไปโรงเรียน ตนจึงเดินไปเรียก แต่ไม่มีใครตอบรับ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาดู พร้อมทั้งขึ้นไปดูบนบ้าน พบสองยายหลานเสียชีวิตบนบ้าน ก่อนจะโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรวจสอบ ส่วนเวลาเกิดเหตุตนไม่แน่ใจว่าเกิดตอนไหน แต่ช่วงประมาณ 03.00 น. ได้ยินเสียงเหมือนหมาเห่า ตนได้ชะเง้อออกมาดู แต่ก็ไม่พบเหตุการณ์อะไร อีกอย่าง เมื่อคืนฝนตก จึงไม่ได้ยินเสียงอะไร
ด้านนายประมวล พันคลอง พ่อของนางสาวทรรศนีย์เล่าว่า เมื่อวานที่ผ่านมา ตนได้มาก่อสร้างบ้านให้ยายในช่วงกลางวัน จากนั้นได้กลับบ้านตอน18.00 น. จากนั้นเวลา 22.00น. ลูกสาวได้กลับมาจากโรงเรียนในอำเภอวาปีปทุม ได้แวะมาที่บ้าน ก่อนออกจากบ้านมานอนที่บ้านยายตามปรกติ ส่วนตนก็เข้านอน จนกระทั่งช่วงเช้ามีเพื่อนบ้านมาเรียก ตนจึงออกมาดู เมื่อเห็นสภาพแล้ว ถึงกับรับไม่ได้ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวตน ลูกสาวตนเป็นคนขยัน กำลังจะมีอนาคตไกล อยากให้ตำรวจตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ความคืบหน้าของคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่าโทรศัพท์ของผู้ตายได้หายไป ส่วนแหวนยังอยู่กับนิ้วมือ ขณะนี้ได้เชิญพยาน และผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำ ส่วนมูลเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนยังไม่ชี้ชัดว่าเกิดจากอะไร และยังไม่ตัดประเด็นไหนออก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ สอบสวนติดตามผู้ต้องสงสัยดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป