นครราชสีมา -หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยโคราชยิ้มออก ขี้ควายมีราคาหลังปุ๋ยเคมีแพงสุดกู่ ดันยอดขายพุ่งเดือนละหมื่นกว่าบาท
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ราคาปุยเคมีได้มีการปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในขณะนี้ ทำให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยมูลสัตว์เริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เนื่องจากมีราคาถูก และสามารถนำไปใช้ทดแทนการเพาะปลูกได้ส่วนหนึ่ง อย่างเช่นที่กลุ่มผู้เลี้ยงกระบือที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยชุมชนบ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากโครงการธนาคารโค กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ที่ตอนนี้สามารถจำหน่ายมูลกระบือได้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้มีรายได้เสริมเดือนละนับหมื่นบาทต่อราย
นางน้อย อ้อมทองหลาง อายุ 49 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือบ้านตลิ่งชัน กล่าวว่า ตอนนี้ปุ๋ยมูลกระบือกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในกลุ่มของลูกค้าชาวสวน ซึ่งก็มีทั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงต่างจังหวัด แม้แต่จังหวัดห่างไกลอย่างเช่นจังหวัดชุมพร และระยอง ที่มักจะสั่งเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่หลักร้อยกระสอบจนถึงหลักพันกระสอบ ซึ่งการสั่งจะต้องสั่งจองเอาไว้ เพราะต้องใช้เวลาจัดเตรียมให้ลูกค้า เมื่อสินค้าพร้อมก็จะนัดให้มารับ ซึ่งก็ต้องมีการรวบรวมมูลกระบือจากกลุ่มผู้เลี้ยงซึ่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มหลายสิบราย
โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้นก็มาจากปัญหาในเรื่องของราคาปุ๋ยเคมีที่มีการปรับตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัวตัว จึงทำให้มีการกลับมาใช้ปุ๋ยคอกเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือหมู่บ้านตลิ่งชันมีรายได้เสริมจากการเก็บมูลกระบือขาย แทนที่จะปล่อยให้เสียเปล่า ซึ่งส่วนของตนเองที่เลี้ยงกระบือเอาไว้ประมาณ 100 ตัว ก็จะสามารถรวบรวมมูลกระบือสัปดาห์ละประมาณ 100 กระสอบ จำหน่ายราคากระสอบละ 25 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท ตกเดือนละหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว
ทางด้านนายบัญชา ชุติมันตานนท์ ปศุสัตว์อำเภอครบุรี กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือในชุมชนบ้านตลิ่งชันนั้น เกิดขึ้นจากการส่งเสริมของโครงการธนาคารโค กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ โดยทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอครบุรี ได้เข้ามาส่งเสริมในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรวบกลุ่มการทำปุ๋ยมูลสัตว์เพื่อสร้างรายได้เสริม ทำให้ปัจจุบันเมื่อปุ๋ยเคมีมีราคาแพง ก็ทำให้ปุ๋ยมูลสัตว์กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้น และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้นตามมาด้วย ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์เองก็จะได้เข้ามาช่วยแนะนำการผลผลิตปุ๋ยคอกที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีขึ้น เพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นต่อไปด้วย.