รอง ผบ.ตร  ลุยตรวจชายแดนใต้ ป้องกันกองทัพมดลักลอบนำเข้า–ส่งออกน้ำมันเถื่อน

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ผอ.ศปนม.ตร.ได้ลงพื้นที่ติดตามเรื่องสำคัญน้ำมันภายในประเทศประเทศไทยและน้ำมันภายในประเทศมาเลเซีย มีหน่วยงานความมั่นคงภายในพื้นที่  ทั้งทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ตำรวจภูธรสะเดา  ตำรวจภูธรภาค 9  ด่านศุลกากรสะเดา ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์  ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437  สรรพสามิตสะเดา และตำรวจศูนย์กลางป้องกันปราบปรามน้ำมันเถื่อนและได้สั่งการให้สกัดกั้นเพราะว่าน้ำมันมาเลเซียแพงกว่าน้ำมันไทย และสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยเร่งสกัดกั้นห้ามมิให้น้ำมันของไทยผ่านไปประเทศมาเลเซียเด็ดขาด

เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงานให้ดูเรื่องการกักตุนน้ำมันภายในปั๊มในพื้นที่รวมถึงประชาชนที่ซื้อไปกักตุนเพื่อเอามาขายในราคาที่สูงกว่าตลาดโลก และโดยที่ผ่านมามีการจับกุมน้ำมันมาเลเซีย ที่ลักลอบผ่านทางด่านพรมแดนสะเดาและปาดังเบซาร์ ได้จำนวนหลาย 100,000 ลิตร โดยทหาร สรรพสามิตร ศุลกากร ปกครองสะเดาา ตำรวจสะเดา

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้มาดูในการลักลอบและส่งออกและเรื่องของการกักตุนน้ำมันของในพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซีย ด้านฝั่งอำเภอสะเดา และให้ดูการลักลอบส่งออกและการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ให้ออกจากประเทศไทยโดยมีหลายหน่วยงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบมาร่วมกันประชุม และหาแนวทางการป้องกันการกักตุนน้ำมันและการลักลอบขนน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

จากการมีข่าวว่ามีการนำน้ำมันจากไทยไปขายในมาเลเซียตอนนี้ยังไม่มีมีแนวโน้มว่าจะมีข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น  เพราะการที่จะนำน้ำมันจากประเทศไทยไปสู่ประเทศมาเลเซียนั้นไม่คุ้มกับการถูกดำเนินคดีเพราะทางฝั่งมาเลเซียเข้มงวดมากในส่วนของเรื่องน้ำมันและสินค้าหนีภาษี แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือตามชายแดนต่างๆ ที่อาจเป็นกองทัพมด ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงหรือเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่5 ได้รายงานว่ามีการลักลอบน้ำมันนำเข้าก็จริงแต่เป็นส่วนที่น้อยมาก

และเป็นการลักลอบนำเข้าแบบกองทัพมด เช่นการขนกับรถกระบะ หรือตู้ทึบ และรถเก๋งขนาดเล็ก เพราะเนื่องจากน้ำมันเบนซินของทางมาเลเซียมีราคาถูกกว่าของไทยแต่ในเรื่องของการลักลอบนำน้ำมันดีเซลของไทยออกไปไปยังประเทศมาเลเซียนั้น ถ้าจะเป็นก็จะเป็นเหมือนกองทัพมดเช่นกัน ซึ่งตอนนี้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ต่างช่วยกันสกัดกั้นทุกวิถีทางและทุกช่องทางแม้แต่ช่องทางตาม

นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทันที คือการแจ้งปรับราคาของซัพพลายเออร์ ผลกระทบที่ไม่มีน้ำมันยังเป็นปัจจัยหลักและอาจจะกลายเป็นไฟลามทุ่ง คือนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเป็นการตระหนกช่วงสั้นๆ แต่พบว่าจนถึงขณะนี้ยังคงมีการทยอยยกเลิกการจองห้องพัก

“เตรียมเรียกผู้ประกอบการโรงแรมใน อ.หาดใหญ่ เข้าร่วมประชุมในวันที่ 30 มีนาคม เพื่อหารือถึงทิศทางผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงจะมีการปรับค่าห้องพักและบริการของโรงแรมหรือไม่ แน่นอนว่าหากมีการปรับราคาย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยว เนื่องจากอาจมีตัวเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่าหากราคาไม่ห่างกันมากนัก”

ส่วนสถานการณ์การให้บริการน้ำมันในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราชดเชย ส่งผลให้ราคาน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาท ทำให้บรรยากาศการใช้บริการ จากที่เคยหนาแน่นกลับเบาบางลงทันที

บรรยากาศล่าสุดที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาหาดใหญ่วิลเลจ พบว่าไม่มีรถต่อคิวยาวเหมือนช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงมีประชาชนทยอยเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

นางสาวมนัสนันท์ อ่อนดำ ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมันฯ เปิดเผยว่า หลังการปรับราคาน้ำมันในช่วงเช้าปริมาณรถที่เข้ามาใช้บริการลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่ทางปั๊มมีการบริหารจัดการสต็อกอย่างเป็นระบบ โดยสั่งน้ำมันล่วงหน้า 2-3 วัน รองรับความต้องการที่เพิ่มอาจเพิ่มขึ้นทางปั๊มได้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันจากเดิมทุก 15 วัน เป็นเกือบทุกวันในช่วงที่มีการใช้งานสูง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับน้ำมันเต็มลิตรและได้มาตรฐาน นอกจากนี้ สถานีบริการน้ำมันยังคงจัดเตรียมน้ำมันสำรองไว้ สำหรับรถของโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจรับส่งผู้ป่วยให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤตพลังงาน

ด้านพนักงานปั๊ม เปิดเผยว่า ช่วงก่อนปรับราคาน้ำมันมีลูกค้าเข้ามาอย่างล้นหลามจนแทบไม่มีเวลาพัก และเคยขายน้ำมันจนหมดสต็อกแต่หลังราคาพุ่งสูง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยจะเติมน้ำมันเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ขณะที่ประชาชนที่มาใช้บริการสะท้อนว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้สูงถึง 6 บาท ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพไรเดอร์และรถรับจ้างที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น พร้อมกังวลว่าราคาสินค้าอาจปรับตัวสูง

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts