ลีอา ฮอฟฟ์มันน์ นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน สวมชุดกี่เพ้าอันสง่างามและถือพัดกลมเล็กๆ เดินเล่นในเมืองริมน้ำเก่าแก่หลายศตวรรษในซูโจว มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน
การเดินทางของเธอไม่ใช่เพียงแค่การไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง “ฉันต้องการก้าวเข้าไปในสถานที่แห่งนี้อย่างแท้จริง และสัมผัสเสน่ห์คลาสสิกในวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม” เธอกล่าว
ฮอฟฟ์มันน์เป็นตัวอย่างของกระแสที่กำลังเติบโตในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งหันมาเลือกประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง เป็นส่วนตัวมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ
ตั้งแต่การเรียนรู้การทอผ้าซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในมณฑลยูนนาน การลองปั้นเครื่องปั้นดินเผาด้วยแป้นหมุนในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น เมืองหลวงแห่งเครื่องเคลือบโบราณ ไปจนถึงการฝึกฝนปักผ้าแบบซูโจว นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างได้แสวงหาความเชื่อมโยงที่แท้จริงมากขึ้นเมื่อมาเยือนจีน
“เหตุผลที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาจีนมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแสดง กีฬา นิทรรศการ หรืออาหารเลิศรส ล้วนเป็นสิ่งดึงดูด” ผู้บริหารบริษัทท่องเที่ยวระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในเมืองซูโจว กล่าว
นักท่องเที่ยวอิสระแบบกลุ่มเล็กมีจำนวนเพิ่มขึ้น วางแผนเดินทางระยะยาว ครอบคลุมหลายจุดหมาย และพักค้างนานขึ้น โดยแนวโน้มความต้องการเปลี่ยนจากการเที่ยวชมแลนด์มาร์กชื่อดัง ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เชิงลึกและปรับแผนตามความสนใจเฉพาะบุคคล

นักท่องเที่ยวจากสเปนเยี่ยมชม ‘เถียนจื่อฟาง’ แหล่งศิลปะในนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024 (ซินหัว)
ตัวอย่างเช่น ในมณฑลส่านซีทางภาคเหนือที่อุดมด้วยวัฒนธรรม โครงการต่างๆ ที่นำเสนอ “ฉางอัน” ซึ่งเป็นชื่อโบราณของนครซีอาน อดีตเมืองหลวงของหลายราชวงศ์จีน นำเสนอประสบการณ์เชิงดื่มด่ำ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในชุดฮั่นฝู การแสดงเชิงโต้ตอบ และอาหารมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่คึกคักได้กลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียต่างประเทศ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถ “ย้อนเวลา” ไปสู่เมืองหลวงโบราณในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) ได้ “เครื่องแต่งกายและฉากในวิดีโอนั้นงดงามมาก ฉันอยากไปสัมผัสบรรยากาศนั้นด้วยตัวเอง” ฮอฟฟ์มันน์กล่าว
กระแสการท่องเที่ยวดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการขยายนโยบายยกเว้นวีซ่าจีน และมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น การคืนภาษี และตัวเลือกการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการปรับปรุง
ข้อมูลทางการระบุว่า การท่องเที่ยวขาเข้ามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มีการเดินทางเข้าประเทศแบบยกเว้นวีซ่ามากกว่า 7 ล้านครั้ง คิดเป็น 72.2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในไตรมาสที่สาม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 48.3%
เมื่อการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ทางวัฒนธรรมได้รับความนิยมมากขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงเริ่มออกนอกเมืองใหญ่ เพื่อสำรวจภูมิภาคที่หลากหลายของจีน
ในฤดูหนาวนี้ จุดหมายปลายทางอย่างฮาร์บิน ต้าเหลียน ฉางชุน และอีหนิง กำลังเป็นที่นิยม ข้อมูลจาก Trip.com Group ผู้ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของจีน ระบุว่า การจองท่องเที่ยวขาเข้าของแหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาวเกือบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมณฑลเหอเป่ย ซินเจียง และมองโกเลียใน มีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่า 130%
เพื่อรองรับต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น เมืองต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์จากนโยบายยกเว้นวีซ่าผ่านแดน ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวขาเข้าระดับพรีเมียม ปักกิ่งนำเสนอทัวร์ย่านหูท่งและทัวร์ปั่นจักรยานตามเส้นทางใจกลางเมือง ขณะที่ยูนนานเน้นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้ง กว่างซีผสมผสานกิจกรรมเก็บผลไม้เมืองร้อนเข้าในทัวร์ ส่วนรถไฟ “Panda Express” เชื่อมเส้นทางวนผ่านมณฑลเสฉวน กุ้ยโจว และฉงชิ่ง
บริการสำหรับนักท่องเที่ยวขาเข้าก็ได้รับการยกระดับเช่นกัน การติดตั้งเครื่องรับชำระเงินด้วยบัตรต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาระบบชำระเงินผ่านมือถือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
แหล่งชอปปิ้งอย่างห้าง Silk Street ในปักกิ่ง มีบริการหลายภาษา บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา และการตัดเย็บเสื้อผ้าด่วน มณฑลเจ้อเจียงเปิดตัวแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวอัจฉริยะระดับโลกที่ใช้ AI วางแผนเส้นทางการเดินทาง ขณะที่หนานจิงได้เปิดตัวบัตรท่องเที่ยวที่รวมการเชื่อมต่อ การชำระเงิน และการเข้าถึงเข้าไว้ด้วยกัน
การเติบโตของการท่องเที่ยวขาเข้าแสดงให้เห็นถึงประเทศจีนที่มีชีวิตชีวาและหลากหลายสู่สายตาโลก ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นความต้องการภายในจีน นายเจมส์ เหลียง ประธานบริหารของ Trip.com Group เน้นย้ำถึงศักยภาพของภาคส่วนนี้
เหลียงระบุว่า หากสามารถยกระดับรายได้จากการท่องเที่ยวขาเข้าของจีนให้มีสัดส่วน 1–2% ของ GDP ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานสากล จะสามารถปลดล็อกการเติบโตของตลาดได้ถึง 1–2 ล้านล้านหยวน
ที่มา People’s Daily Online
