‘หน่อไม้น้ำ’ พลิกฟื้นดินเค็ม เปลี่ยนพื้นที่รกร้างเป็นแปลงเกษตร

การปลูกหน่อไม้น้ำ (Manchurian wild rice) ในอำเภอเจิ้นล่าย เมืองไป๋เฉิง มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน สามารถพลิกฟื้นพื้นที่ดินเค็มด่าง (saline-alkali soil) ที่เคยรกร้างให้กลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในพื้นที่ปลูกกว่า 1,000 หมู่ (ราว 416 ไร่) บริษัท Baicheng Tianyuan Ecological Agriculture Development Co., Ltd. สามารถเก็บเกี่ยวลำต้นหน่อไม้น้ำได้มากกว่า 5 แสนกิโลกรัม พร้อมช่วยปรับปรุงคุณภาพดินอย่างเห็นได้ชัด

“ที่ดินผืนนี้เคยแห้งแล้ง ไม่สามารถเพาะปลูกพืชใดๆ ได้เลย” โจว ซูเฟิ่ง นักปฐพีวิทยาอาวุโส จากสำนักงานเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเจิ้นล่าย กล่าว

ภาพส่วนด้านขวาแสดงพื้นที่ดินเค็มด่างที่ปลูกหน่อไม้น้ำ ในอำเภอเจิ้นล่าย มณฑลจี๋หลิน (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)

การพลิกฟื้นพื้นที่เริ่มต้นจากกลุ่มคนที่กล้าลองแนวทางใหม่ หนึ่งในนั้นคือ ติง เหว่ย เกษตรกรจากมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเริ่มทำงานกับพื้นที่ดินเค็มด่างจากการเช่าที่ดินรกร้างเพื่อทดลองเพาะปลูก

ปี 2022 หวัง เจิ้นอวี่ เกษตรกรในอำเภอเจิ้นล่าย ได้ให้ติงเช่าที่ดินดินเค็มด่างจำนวน 120 หมู่ (ราว 50 ไร่) เพื่อนำมาปลูกหน่อไม้น้ำ ต่อมาเมื่อคุณภาพดินดีขึ้น หวังจึงรับพื้นที่กลับไปเพาะปลูกข้าวแทน

หวังกล่าวว่า ปัจจุบันสภาพดินดีขึ้นอย่างชัดเจน ใช้ปุ๋ยน้อยลงมาก และให้ผลผลิตสูงกว่าที่เคยได้ในอดีต

โหว ลี่กัง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยข้าวแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรจี๋หลิน ระบุว่า หน่อไม้น้ำทนต่อดินเค็มด่างได้ดี เนื่องจากรากพืชหลั่งสารที่ช่วยลดความเป็นด่างของดิน ทำให้เหมาะกับการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม

ปี 2024 ติง เหว่ย ตัดสินใจร่วมมือกับบริษัท Baicheng Tianyuan Ecological Agriculture Development Co., Ltd. ทดลองปลูกหน่อไม้น้ำในพื้นที่ดินเค็มด่างรุนแรงของอำเภอเจิ้นล่ายในระดับขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ต้นกล้าที่ปลูกในเดือนพฤษภาคมของปีนั้นรอดชีวิตเพียงราว 40% ต้องปลูกซ้ำถึงสามครั้ง แม้เช่นนั้น พืชที่รอดกลับให้ผลผลิตเกินคาด ติงระบุว่า ลำต้นแต่ละต้นมีน้ำหนักราว 350-400 กรัม เมื่อปอกแล้วเนื้ออ่อน สีขาว กรอบและหวานเป็นพิเศษ ผลผลิตดังกล่าวถูกขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิไปยังเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ติงเผยว่า หน่อไม้น้ำหนึ่งรถบรรทุกสามารถจำหน่ายหมดภายในครึ่งชั่วโมง และขายได้ราคาสูงกว่าพันธุ์ท้องถิ่นมากกว่า 30% แม้ผลผลิตจะยังไม่สูงนัก แต่ก็สามารถคุ้มทุนได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบความสำเร็จในระยะแรก กระบวนการเพาะปลูกยังคงเผชิญความท้าทายหลายประการ

ต่อมา ในการประชุมด้านการฟื้นฟูดินเค็มด่าง เหวิน ปอหลง ผู้ช่วยวิจัยจากสถาบันภูมิศาสตร์และนิเวศเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ได้นำเสนอข้อมูลวิจัยที่ชี้ให้เห็นบทบาทของหน่อไม้น้ำในการปรับปรุงดินเค็มด่าง

สำนักงานเกษตรและกิจการชนบทอำเภอเจิ้นล่าย ซึ่งเล็งเห็นความเชื่อมโยงโดยตรงกับการทำงานของติง จึงจัดให้ทั้งสองฝ่ายได้พบปะหารือกันอย่างรวดเร็ว

เหวินเสนอให้นำกล้าพันธุ์จากภาคใต้ของจีนมาใช้ พร้อมให้ความสำคัญกับการลดความเค็มและความเป็นด่างของดิน เพื่อเพิ่มอัตราการรอดและการเจริญเติบโตของพืช

เหวินอธิบายว่า งานวิจัยพบว่าหน่อไม้น้ำเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีค่า pH ต่ำกว่า 8.5 แต่เมื่อค่า pH สูงเกิน 9.5 การเจริญเติบโตจะเริ่มชะงัก จึงใช้วิธีชลประทานด้วยน้ำจากแม่น้ำ เพื่อชะล้างเกลือออกจากดินอย่างต่อเนื่อง

ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ติงและบริษัทปฏิบัติตามแนวทางของคณะวิจัยอย่างเคร่งครัด เริ่มจากการปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ควบคู่กับระบบชลประทานและการระบายน้ำ จากนั้นนำกล้าพันธุ์คุณภาพจากภาคใต้มาเพาะเลี้ยงในพื้นที่ และติดตามการเจริญเติบโตอย่างใกล้ชิด

ผลลัพธ์คือ อัตราการรอดของกล้าพันธุ์เพิ่มขึ้นกว่า 90% และภายในเดือนกันยายน ผลผลิตสูงกว่า 1,250 กิโลกรัมต่อหมู่ โจว ซูเฟิ่ง ระบุว่า ปีนี้พื้นที่ปลูกหน่อไม้น้ำในอำเภอเจิ้นล่ายขยายเพิ่มเป็นเกือบ 5,000 หมู่ (ราว 2,083 ไร่)

การปลูกหน่อไม้น้ำช่วยสร้างงานให้ชาวบ้านในอำเภอเจิ้นล่ายเกือบ 200 คนในปีนี้ โดยมีรายได้เฉลี่ยกว่า 10,000 หยวนต่อคน

ข้อมูลติดตามดินชี้ว่า ก่อนการเพาะปลูก หน้าดินมีค่า pH เฉลี่ย 9.32 หลังการเก็บเกี่ยวลดลงเหลือ 9.0 และอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้นราว 10% สะท้อนศักยภาพของหน่อไม้น้ำในการฟื้นฟูดินเค็มอย่างยั่งยืน

ที่มา People’s Daily Online

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts