ชีวิตต้องสู้ “บรรจง” บนดินแดนตะวันออกกลางก่อนก้าวสู่ “บ้านเอสวาย”

ชีวิตต้องสู้ของ “บรรจง แก้วพรรณนา” หนึ่งสมาชิกค่ายเอสวายหรือ บ.ทรัพย์ยั่งยืน เอ็นเตอร์ไพร์ส 59 จำกัด (มหาชน)  สมาชิกจากจังหวัดนครพนม อดีตผู้ใช้แรงงานไทยไปขุดทองในดินแดนตะวันออกกลางมานาน วิ่งลอกไปๆมาๆดินแดนทะเลทรายมากกว่า 10 ปี บางครั้งเสี่ยงกับชีวิตท่ามกลางไฟสงคราม แต่ไม่ยอมท้อถอย แม้จากแผ่นดินบ้านเกิด ยอมที่ล้มลุก คลุกคลาน ไม่หวั่นต่ออุปสรรค เพื่อหาเงินสักก้อนมาก่อร่าง สร้างตัวและเลี้ยงครอบครัวในบั้นปลายชีวิตที่ต่างหวัดให้ได้

บรรจงเล่าย้อยรอยชีวิตอย่างน่าสนใจ ตนเป็นเด็กบ้านนอก ลูกอีสาน มีการศึกษาเรียนจบแค่มัธยมศึกษาปีที่ 5 เมื่อปี 2518  จากนั้นหอบเสื้อผ้าเข้ามาหางานทำที่กรุงทเพฯ ได้ทำงานร้านอาหาร “ซีฟู้ด มาร์เก็ต” ย่านสุขุมวิท ซึ่งช่วงนั้นมีชื่อเสียงมาก ลูกค้าไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการกันมากมาย  ตนมีหน้าที่รับบริการอาหารให้ลูกค้า แต่ก็พอมีเงินในกระเป๋าต่อเดือน พอกิน พอใช้ แต่ชีวิตฝันไกลอยากมีเงินที่มากกว่านี้

จึงตัดสินใจไปขุดทองที่ประเทศตะวันออกกลาง เพราะมีเป้าหมายอย่างเดียว ต้องได้เงินเดือนสูงๆ เนื่องจากช่วงขณะนั้น ยังเป็นคนหนุ่มไฟแรง จึงได้รับผิดชอบงานช่างประปา ทำงานกับฝรั่งและเยอรมัน เรื่องเงินเดือนช่วงนั้นแค่หลักหมื่นกลางๆ แต่ตนเป็นคนที่ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่ดื่ม ไม่เที่ยวพอที่มีเงินเก็บบ้างเล็กน้อย

จากนั้นหันไปหางานต่อที่ประเทศอิรัก รับหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ อยู่ราว 3 ปีกว่า ซึ่งพอมีเวลาพักจะกลับมาเยี่ยมบ้านเมืองไทย บังเอิญเจอไฟสงครามโจมตีกันอย่างหนัก ตนกลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะว่ามาทำงานห่างไกลบ้านเกิด เมืองนอน ทางญาติๆที่ไทยเขาเป็นห่วง

แต่โชคเข้าข้างเจ้านายที่อิรัก เป็นชาวต่างชาติเขาเห็นแววและนิสัย ชวนให้ไปอยู่กับคุณหมอ ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษา ชีวิตช่วงนั้นไปๆมาๆเมืองไทย หมุนเวียนไปทำงานมาหลายประเทศแถบตะวันออกกลาง แต่ไปทำงานแค่ บางบริษัททำงานแค่ 3 เดือน เพราะว่าดูจากภาพรวมการทำงาน หน้าที่รับผิดชอบ ค่าตอบแทน เหมาะสมแค่ไหน เนื่องจากชีวิตทุกคนต้องก้าวหน้า อย่างประเทศคาซัคสถาน และประเทศแอฟริกา เคยเดินทางไปทำงานมาแล้ว

“การทำงานในต่างประเทศ เรามีความเป็นระเบียบ ซื่อสัตย์ ขยัน ตรงต่อเวลา โดยส่วนตัวเหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ไม่สร้างหนี้สิน เป็นคนง่ายๆ จึงทำให้การดำเนินชีวิตไม่ค่อยมีปัญหามากนักในช่วงที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งที่ห่วงมาก เรื่องสุขภาพต้องดี แข็งแรงอยู่เสมอ ถ้าหากว่าเกิดเจ็บป่วย จะไปทำงานในต่างประเทศค่อนข้างลำบาก” นายบรรจงกล่าว

เมื่อปี 2533 ได้ไปทำงานที่เมืองริยาด ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ในคาบสมุทรอาหรับ และเป็นเมืองหลวงของประเทศซาอุดิอาระเบีย ทำหน้านที่เป็นฝ่ายจัดเลี้ยง ส่งอาหาร บริษัทที่ตนทำงาน มีคนงานสนใจอยากไปทำงานกันมาก สมัครกันมาร่วม 600 กว่าคน รับสมัครแค่ 5 ตำแหน่ง แต่ยอมรับว่ารายได้ค่อนข้างดี ตนสามารถเก็บเงินได้ร่วม 3 ล้านบาทในช่วงนั้น ส่งกลับมาซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน พอเริ่มสร้างตัวได้ที่อำเภอธาตุพนม

จากนั้นกลับมาพักอยู่ที่บ้านจ.นครพนมอยู่พักหนึ่ง จึงตัดสินใจกลับไปทำงานที่ประเทศคูเวตอีกรอบ รอบนี้พอมีความรู้ ประสบการณ์ รับหน้าที่เป็นโฟร์แมน โรงกลั่นน้ำมันกินเงินเดือน 5หมื่นบาท เมื่อปี 2536

จนกระทั่งเมื่อปี 2558 บอกลูกขอหยุดไม่เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศอีกแล้ว ซึ่งตนมีลูกสาวเรียนสายชีวอนามัยและความปลอดภัย ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย  พอเรียนจบได้บรรจุงานรับเงินเดือนอยู่ 3 หมื่นกว่าบาท ตนหมดห่วง เขามีเงินเดือน ได้ทำงานมั่นคง

แต่พอมากลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทย ตนเริ่มหันมาทำอาชีพเกษตรกร ทำสวนยางพารา ตอนนี้สามารถกรีดยาง สร้างรายได้ให้ครอบครัวต่อเดือนหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับราคายางพาราขึ้นลง ถ้ายางขึ้นราคารายได้ดีขึ้น พร้อมกันนั้น ได้ทำธุรกิจเสริมเข้ามา เป็นตัวแทนขายปุ๋ย เพื่อใช้ในการทำเกษตร เจอเพื่อนในวงการค้าขาย และทำเกษตรกรรมมากมาย จึงแนะนำมาให้รู้จักกับ ค่ายเอสวาย ลองมาสมัครเป็นสมาชิก เพราะชอบแนวทางการทำงาน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และยังมีการอบรมให้ความรู้ต่อสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ตนมีความมั่นใจ อีกอย่างเป็นบริษัทมหาชน ที่ช่วยสังคมควบคู่ไปด้วย

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts